Jump to content

[KRO] Metallic Sound สายนอกกระแส สำหรับนักเต้นจนๆ


Recommended Posts

oRr8DW.png

สวัสดีครับเพื่อนๆ กลับมาพบกับผมอีกครั้ง ช่วงนี้เพื่อนๆ ที่เซิฟไทยก็คงจะปั้นตัวกันระห่ำ เนื่องในโอกาสที่กิจกรรม Booster เข้าเซิฟไทยไปตามที่เพื่อนๆ เรียกร้องกัน แต่ในขณะเดียวกัน เนื่องจากมีการบัคมากมายหลังจากที่อัพ Episode 18.1 เซิฟเกาหลีมีการปิดปรับปรุงฉุกเฉินไปถึง 4 รอบในเวลาเพียง 3 วัน ทำให้ทางทีมงานของเกาหลีตัดสินใจที่จะคูณ Exp ให้กับเซิฟ 70% และคูณดรอปให้ถึง 50% ด้วยเหตุผลนี้ ผมจึงไม่ได้มีโอกาสไปปั้นตัวทิ้งไว้ที่เซิฟไทย (จริงๆ ก็กลับไปแอบปั้นตัวทิ้งไว้จนเวลประมาณ 30 แล้วเห็นข่าวว่าเซิฟเกาหลีจะคูณก็เลยกลับลำกระทันหัน)

 

ในโอกาสนี้ ผมจึงถือโอกาสดันตัวละครที่เซิฟเกาหลีของผมให้กลายเป็นคลาส 4 และแล้ว ตัวละครที่ทำสำเร็จเป็นตัวที่สองหลังจาก Arch Mage ก็คือ Trouvere หรือคลาส 4 ที่พัฒนามาจาก Wanderer คลาสนักเต้นของเรานั่นเอง

 

จุดแข็งของคลาส

Spoiler

จุดแข็งสำคัญของอาชีพ Trouvere ก็คือ ชุดสวย น่าร้าากกกกกที่สุดเลย :Kis: งุ้ยยยๆๆๆ อ่ะ โทษทีๆ คิดไร้สาระดังไปหน่อย :Heh: 

เข้าเรื่องดีกว่า จุดแข็งของคลาสก็คือ ความสามารถในการ Support ที่สุดยอดมากนั่นเอง ในสมัยก่อน สกิลของ Wanderer นับว่ามีคุณค่าต่อปาร์ตี้มากมาย เช่น Swing Dance ซึ่งจะช่วยบูส Aspd ไปถึงเพดานได้อย่างง่ายดาย เช่น ในเซิฟไทยตอนนี้ หากเราสามารถหาเพื่อนที่พก Wanderer ไปด้วย Ranger ที่เป็น Damage Dealer ในปาร์ตี้ก็จะแสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่มากขึ้น เนื่องจากสามารถลดของที่ใช้ในการเพิ่ม Aspd ไปเพิ่มส่วนที่เป็นดาเมจ และอัตราติดคริติคอล นอกไปจากนั้น Wanderer ยังมีสกิลบัพพื้นที่ อย่าง Service For You ที่ช่วยทำให้ Ranger ของปาร์ตี้เราสามารถใช้สกิล Arrow Storm ด้วย Sp ที่น้อยลง ซึ่งประหยัดค่า Strawberry ไปอย่างมากเวลาลงดันเจี้ยนส่วนตัว เช่น Endless Tower ในเวลาเดียวกัน หากอยู่ในระหว่างที่จี้ดาเมจคริใส่บอส เช่น ใช้ธนูใยยิงบอส ดาเมจอาจจะหาย หรือ อัตราติดคริอาจจะทำได้ต่ำ เพราะเป็นธนูที่ไม่ได้เพิ่มค่าต่างๆ เหล่านี้ เราก็อาจจะสลับสกิลพื้นเป็น Fortune's Kiss เพื่อรีดอัตราคริติคอลให้กับ Damage Dealer ของปาร์ตี้เรา ถ้าจะให้สารยายคุณสมบัติของตัวละครก็ยังมีอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็น สกิลชุบชีวิต อย่าง At the Death Hill หากเราพกพระไปแล้วพระตาย เราก็จะเป็นตัวสำรองที่ดีมากทีเดียว รวมไปถึงสกิลที่สามารถเพิ่มเลือดของเพื่อนได้อย่างมหาศาลถึง 25% ของ Max Hp อย่างสกิล Frigg's Song ที่ทำให้รูนพ่นยิ้มหน้าบานกันเลยทีเดียว (แถมประหยัด Sp พ่นจาก Service For You)  

 

ชีวิตของนักดนตรี และนักเต้นเป็นชีวิตที่ค่อนข้างดู Perfect ไปซะทุกอย่าง เพราะเป็นตัวละครที่มีบัพอันแข็งแกร่ง หากได้ยืนเคียงคู่กัน และมีพระซัพพอร์ตอีกหนึ่งคนขึ้นไป ปาร์ตี้ของเราจะทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่ชีวิตจริงมันยิ่งกว่านิยายครับ ในเซิฟไทย อาชีพเหล่านี้เป็นอาชีพที่ถูกทอดทิ้งเป็นอย่างมาก เพราะหากถ้าไม่มีเพื่อนเล่นด้วยแล้ว มันทำอะไรด้วยตัวเองแทบจะไม่ได้เลย โดยเฉพาะในช่วงเก็บเลเวล ตัวละครเหล่านี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากดูด หลายๆ คนอาจจะเถียงว่า แล้วทำไมไม่อัพ Status ให้สามารถเก็บเวลได้ล่ะ? คำตอบก็คือ ทำไม่ได้ หากถ้าจะซัพพอร์ตแล้วล่ะก็ Status ของบาด และแด้น ค่อนข้างไม่อิสระเลยแม้แต่นิด เนื่องจากว่าสกิลต่างๆ มีการคำนวณผลลัพธ์มาจาก Status ของผู้ใช้โดยตรง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็น Minstrel จะมีสกิลบัพพื้นหลักเป็นสกิลลดร่าย ลดดีเลย์ อย่าง Poem of Bragi สกิลนี้จะลดดีเลย์ตามค่า Int และลด Variable Cast Time (VCT) ตามค่า Dex ของบาด ถ้าอยากรู้ว่า ถ้าบาดอัพ Status แปลกๆ จะเป็นยังไง คุณต้องลองเอาบาดที่อัพ Status แปลกๆ ไปยืนแมกม่า แล้วเอา Wizard ไป Storm Gust คุณก็จะเห็นได้ชัดว่า ไม่ต่างกับไม่มีบากิเลย แม้แต่คลาสนักเต้นเองที่จะไม่ได้รับผลของสกิลตัวเอง ทำให้การยืน Service For You นานๆ จำเป็นต้องมี Sp pool ที่สูงมาก ทำให้ต้องเล่นโดยการอัพ Int นำ แต่สกิลโจมตีของสายนักดนตรีและนักเต้นในช่วงเวลต่ำๆ ไม่มีสกิลไหนเพิ่มดาเมจตามค่า Int หรือตาม Matk เลย ทำให้อาชีพนี้นับว่าเก็บเวลยากโคตรๆ จนแทบจะทรหด ถ้าหากจะเป็นซัพพอร์ต จนมีช่วงหนึ่งหลังจากที่เควสป้าย Eden พึ่งถูกอัพเดทเข้ามา บาดแด้นก็ถูกถอดทิ้ง เพราะว่า ไม่ต้องไปยืนแช่ Magma หรือ Juperos อีกต่อไปแล้ว ทำให้บาดแด้นไม่เป็นที่ต้องการของสังคมอีกต่อไป แม้แต่เดินเควสป้ายก็ยังไม่รับไปเดิน ถ้าไม่ได้เอาพระ หรือเรนเจอร์มาด้วย

 

แต่ว่า ชีวิตบาดและแด้นก็จะเปลี่ยนไปตลอดกาล หลังจากการปรับรีบาลานซ์สกิลคลาส 2 และสกิลไฮคลาสขนานใหญ่ (Mass Skills Rebalance) ทำให้สกิลบัพพื้นคลาส 2 ทั้งหมดของบาด และแด้นเป็นสกิลบัพ ระยะเวลา 3 นาที หนำซ้ำผลลัพธ์ของสกิลยังไม่สเกลตาม Status ของผู้ร่ายอีกด้วย หลักการทำงานเดียวกับสกิลคลาส 3 อย่างพวก Swing Dance รวมไปถึง การปรับ Job Improvement ของ Arch Bishop ครั้งแรกที่ได้เพิ่มสกิลเรียกปาร์ตี้อย่าง Convenio มาให้ ทำให้การเก็บเลเวลเป็นตี้ตามแมพต่างๆ แล้วไปแยกกันตีกลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงสกิลเดี่ยวของบาดและแด้น แต่สกิลประสานอย่างถุงทอง หรือ Rich Man Mr. Kim เอง หากมีบาดและแด้นอยู่ในตี้ ยืนอยู่ในระยะ 9x9 ช่อง ก็จะสามารถใช้งานได้ และเป็นบัพเพิ่ม Exp 60% (คูณทบไปตรงๆ กับ สมุดคูณ) เป็นระยะเวลา 3 นาทีเช่นกัน ทำให้ทุกวันนี้อาชีพบาดและแด้นเป็นอาชีพที่ขาดแทบจะไม่ได้ในทุกปาร์ตี้

oRrR50.png

 

oRrxHu.png

นอกไปจากนั้น บาดและแด้นก็จะได้รับผลของสกิลบัพของตัวเองไปด้วย ทำให้แด้นสามารถเอา Point ไปอัพ Dex แล้วทำให้สามารถใช้สกิล Arrow Shower หรือแม้แต่สกิล Throw Arrow (ที่ถูกปรับสูตรใหม่ หลังแพทซ์รีบาลานซ์เดียวกัน ทำให้แรงขึ้นแบบหวังผลได้) เก็บเวลไปจนถึง 99 ได้อย่างง่ายดายมากขึ้น

 

ยุคทองที่สุดของบาดและแด้นก็คือ หลังการปรับ Job Improvement ครั้งใหญ่ในแพทซ์เลเวล 200 สกิลคลาส 3 อย่าง Reverberation ถูกปรับมาให้เป็นสกิลเวทมนตร์ล็อคเป้าความกว้าง 7x7 ช่องรอบตัวเป้าหมาย (เดิมทีเป็นสกิลวางพื้น ที่มีดาเมจผสมระหว่าง กายภาพระยะไกล และเวทมนตร์อย่างละครึ่งๆ) ทำให้ Wanderer และ Minstrel สามารถทำดาเมจ และเก็บเวลด้วยตัวเองได้ รวมไปถึง การที่ทำให้อาชีพเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ Supporter แต่เป็น Damage Dealer ไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วย

 

จุดอ่อนของคลาส และวิธีทางแก้ปัญหาของผม

Spoiler

จุดอ่อนร้ายแรงของคลาสก็คือ ตัวละครสายซัพในเกมนี้เป็นคลาสที่บางเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีสกิลอย่าง Siren's Song ที่จะช่วยให้มอนไม่โจมตีเรา แต่พอมอนได้รับดาเมจจากเรา ผลของ Siren's Song ก็จะหมดไป ดังนั้นแล้ว มันไม่สามารถใช้งานได้จริงกับ ทั้งสกิล Reverberation และ Severe Rainstorm ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหาของคนหลายๆ คนก็คือ อัดของเพื่อเพิ่มดาเมจเข้าไป จนสามารถปิดมอนก่อนที่มอนจะปิดเรา ปัญหาที่ตามมาก็คือ ความที่ตัวละครถูกออกแบบเป็นสายซัพ ทำให้สกิล Damage Formula ค่อนข้างจะเบาเทียบกับ ตัวละครที่เป็นสายเวทย์ Damage Dealer แท้อย่าง Warlock ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ สกิลเวทย์ Reverberation มีดาเมจอยู่ที่ 2200% Matk แต่สกิลหลักของ Warlock ในแพทซ์ 200 คือ Comet ก็อยู่ที่ 6000% Matk ไปแล้ว ทำให้สำหรับผู้เล่นงบน้อย ที่หาเงินด้วยลำแข้งของตัวเอง แทบจะไม่มีโอกาสที่จะทำของ และทำดาเมจในระดับที่สามารถปิดมอนในแพทซ์ 200 ได้เลย

 

ชีวิตของพวกบาดและแด้น ก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง หลังแพทซ์คลาส 4 ถูกอัพเดทเข้ามา ในแพทซ์มีการ Job Improvement มากมาย ที่ทำให้อาชีพหลายอาชีพโดนเนิร์ฟอย่างหนัก เช่น สกิล Arrow Storm ถูกยัด Fixed Cast Time 0.3 วินาทีเข้ามา และยังเนิร์ฟความกว้างของสกิลจาก 11x11 เหลือเพียง 9x9 ทำให้เล่นยากขึ้น (สมควรเพราะว่า แม้จะถูกเนิร์ฟ ในปัจจุบัน Wind Hawk ก็นับว่าเป็นอาชีพ Damage Dealer ที่ทำดาเมจได้เหนือขีดจำกัดของจินตนาการเพียงอาชีพเดียวในคลาส 4 อยู่ดี) แต่ในขณะเดียวกัน สกิลมากมายก็ถูกบัพให้ใช้งานได้จริงมากขึ้น เช่น Tiger Cannon ของชูร่า ถูกปรับให้เป็นสกิลโจมตีรอบตัวแทนที่จะเป็นสกิลล็อคเป้า นอกจากนั้น ยังปรับให้สกิล Tiger Cannon คิดธาตุตามอาวุธ หรือใบธาตุของผู้ใช้ (เดิมที สกิลจะทำดาเมจเป็น Pseudo-Element ของธาตุอาวุธ ผสมกับไร้ธาตุแก่มอนที่เป็นเป้าหมายของสกิล และผลที่กระจายออกไป จะเป็นการโจมตีไร้ธาตุเสมอ) แถมลดคูลดาวน์ให้เหลือเพียงแค่ 3 วินาทีจากเดิม 5 วินาที

 

และแน่นอนว่าในแพทซ์นี้ สกิลของสายนักดนตรีและสายนักเต้นก็ถูกปรับเช่นเดียวกัน ได้แก่ ปรับสกิล Reverberation เนิร์ฟให้มีความกว้างเหลือแค่ 5x5 ช่อง (เมื่อก่อนมันโกงเกินไปตรงที่ เป็นเวทย์ที่เปลี่ยนธาตุได้ตามลูกธนู แถมยังกว้างมากจนมันเกินบทบาทของมันไปมาก จนไม่สมดุล) แต่ในขณะเดียวกันทีมงานก็ตัดสินใจที่จะปรับสมดุลสกิลเวทย์เป้าเดี่ยวที่ถูกทอดทิ้งไปเนิ่นนานของบาดและแด้นอย่าง Metallic Sound โดยใน Patch Note เขียนว่า เพิ่มดาเมจเป็น 2 เท่าตัว คำอธิบายนี้ค่อนข้างคลุมเครือเป็นอย่างมาก เพราะว่า จริงๆ แล้ว ปัจจุบันแม้มีการปรับบาลานซ์สกิลแล้ว แต่ในคำอธิบายของสกิลยังเขียนสูตรเดิมอยู่ ก็คือ มี Base Damage อยู่ที่ 1200% Matk ที่เลเวล 10 และจะเพิ่มอีก 60% ทุกๆ เลเวลของสกิล Lesson (Passive ของ Wanderer และ Minstrel อัพได้สูงสุดที่เวล 10 มีผลทำให้เพิ่ม Max Sp ของผู้ที่เรียนรู้สกิล และหากอัพสกิลจนถึงเวล 5 ขึ้นไป ผู้เรียนรู้สกิลจะสามารถใช้บัพเต้นของคลาส 2 และบัพของคลาส 3 พร้อมกันได้) ดังนั้น ตามที่เขียนไว้ในคำอธิบาย จะมีดาเมจอยู่ที่ 1800% Matk (ทุกคนอัพ Lesson เต็มอยู่แล้ว เพราะว่า มันช่วยให้การทำงานของสกิลบัพคลาส 3 ดีขึ้นด้วยเช่นกัน)

oQl4wE.png

ประเด็นคือ หากมันเป็นไปตามที่เขียนไว้จริงๆ แล้วล่ะก็ ดาเมจมันจะเบามาก เบากว่า Reverberation ที่มีดาเมจอยู่ที่ 2200% Matk ที่เวล 5 ด้วยซ้ำ ดังนั้น ผมก็เดาว่านี่น่าจะเป็นสูตรเก่า เพราะจากการทดลองใช้ดูแล้ว ดาเมจมันแรงนำ Reverberation อยู่ ด้วยเหตุนี้ ผมจึงทำการทดสอบสกิลว่า จริงๆ แล้ว คำว่า Damage is doubled ใน Patch Note หมายความว่าอย่างไรกันแน่ ความเป็นไปได้มีอยู่ 2 อย่าง คือ

ความเป็นไปได้ที่ 1 เพิ่ม Base Damage เป็น 2 เท่า แต่ยังคงให้ผลของการเพิ่มจากการอัพสกิล Lesson ไว้เท่าเดิม หมายความว่า สกิลจะมี Base Damage เป็น 2400% และเพิ่มอีก 60% ทุกๆ เลเวลของสกิล Lesson ที่เราเรียนรู้ รวมเป็น 3000% Matk (ซึ่งก็เป็นไปได้ เพราะว่า ก็แรงกว่า Reverberation แล้ว) หรือว่า อีกความเป็นไปได้เลยก็คือ

ความเป็นไปได้ที่ 2 คูณ 2 เข้าไปเลยทั้งสูตร หรือก็คือ เพิ่ม Base Damage เป็น 2400% และเพิ่มอีก 120% ทุกๆ เลเวลของ Lesson ก็จะกลายเป็น 3600% แรงแบบหวังผลได้เลยทีเดียว ที่นี่ ผมก็ตั้งสมมุติฐานโดยการถอดของออกทั้งตัว แล้วคำนวณดาเมจของสกิลในแต่ละความเป็นไปได้ ใส่ในตาราง และทำการทดสอบที่แมพทดสอบใน Prontera

oRrHJ2.png

ผลลัพธ์การทดลองก็เป็นไปดังนี้ ตามที่เห็นในภาพด้านล่าง เราจะได้ว่า ดาเมจที่ทดสอบตรงกับ ความเป็นไปได้ที่ 2 หรือก็คือ ดาเมจ Metallic Sound จะเท่ากับที่เป็น 3600% หากเราเรียนรู้ Lesson เลเวล 10

oRrrwg.png

 

สังเกตว่า ดาเมจรุนแรงมากๆ เทียบกับ Reverberation ข้อเสียของสกิล Metallic Sound คือ เป็นสกิลเป้าเดี่ยว และติดคูลดาวน์นานถึง 2.5 วินาที (เดิมทีอยู่ที่ 3 วินาที แต่ไม่มี Delay After Skill หลังการปรับ Job Improvement คูลดาวน์ของ Metallic Sound ลดลงไป 0.5 วินาที แต่เพิ่มดีเลย์ 0.5 วิ ทดแทน) ดังนั้น หากเราทำการลดคูลดาวน์ของ Metallic Sound ลง 2 วินาที คูลดาวน์กับดีเลย์ของสกิลก็จะชนกันพอดี ทำให้เราไม่จำเป็นต้องทำของลดดีเลย์ (ซึ่งหายาก และแพงในเซิฟเกาหลี) ดังนั้น Key Item ของสาย Metallic Sound จะมี 3 อันอยู่ด้วยกัน ได้แก่ อาวุธแพทซ์ 200 จากซีรีย์ดันเจี้ยน Edda: Bio Laboratory อย่าง Heart Whip ที่หากตีบวก 11 จะลดคูลดาวน์ของ Metallic Sound ลง 2 วินาที และอีกอาวุธเป็นอาวุธจากซีรีย์อาวุธบาป จาก Episode 17.2 อย่าง แส้แห่งบาปเกียจคร้าน Pigritia Spark ที่จะลดคูลดาวน์ของ Metallic Sound ลง 2 วินาทีเช่นกัน แต่เนื่องจากว่า แส้นี้เป็น แส้ที่ใหม่กว่า Heart Whip และมี Weapon Matk สูงกว่าโดยพื้นฐาน รวมจากการที่มันเพิ่ม Damage และ ลด Sp Consumption ของสกิล Reverberation ด้วย ราคาของแส้ 2 อันนี้ที่ตีบวก 11 เท่ากัน ถึงต่างกันถึง 5-6 เท่า ในตลาด Heart Whip +11 อยู่ที่ 20m zeny เพราะไม่มีคนใช้ แต่ในขณะที่ Pigritia Spark +11 ราคาสูงถึง 110m zeny! และ อาวุธสุดท้ายเป็นอาวุธที่ใหม่กว่าสุดๆ เพราะว่าพึ่งเข้ามาไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น เพราะว่า เป็นอาวุธซีรีย์ Adulter Fides (ขอบคุณคำอ่านจากคุณซิกม่ามา ณ ที่นี้ด้วยครับผม) จาก Episode 18.1 ซึ่งคุณสมบัติค่อนข้างโหดมาก นอกจากที่ Matk ต้นมาเหนือกว่าชาวบ้าน ยังได้ลดคูลดาวน์ Metallic Sound ตั้งแต่ +9 แล้วถ้าตีบวก +11 ได้เหมือนเพื่อนก็ยังเพิ่มดาเมจ Metallic Sound ได้ถึง 55% โดยที่ไม่คอมโบกับหมวกอะไรเลย (แรงทั้งๆ ที่ไม่คอมโบ ก็เลยไม่ล็อคส่วนหมวก) ในตอนสุดท้ายเราอาจจะอัพเกรตให้แส้ Adulter Fides ให้กลายเป็นอาวุธเลเวล 5 ในซีรีย์ Vivatus Fides ที่จะเพิ่ม Metallic Sound จากการ Grading อาวุธอีก (เป็นระบบใหม่ ในแพทซ์คลาส 4 ผมยังเล่าอะไรให้ไม่ได้มาก เพราะว่า ยังไม่เคยทำด้วยตัวเองเลยสักครั้ง) ข้อเสียเดียวของอาวุธใหม่ก็คือ มันเป็นอาวุธใหม่ที่ดรอปมาดันเจี้ยนใน 18.1 ซึ่งมีน้อยคนที่จะลงได้ ทำให้อาวุธหายากมาก ส่งผลให้มันแพงมากด้วยเช่นกัน

oQ6w6Q.png

 

oQ6tRV.png

 

oUcfiJ.png

 

oUcZX0.png

 

ในช่วงที่เลเวลของผมกำลังจะ 170 ผมมีอาวุธ Pigritia Spark +10 ที่ตีบวกเองกับมือ ใส่การ์ด True Alphoccio Basil 1 ใบ การ์ดบาดแลป 5 ที่เพิ่มดาเมจ Reverberation ถึง 60% หากอาวุธตีบวก 10 และเป็นอาวุธเลเวล 4 พร้อมกับมี Sound Amplifier อยู่หนึ่งข้าง สุดยอดเครื่องประดับของสายนักธนูที่จะลด VCT ของทุกสกิล 50% และเพิ่มดาเมจ Metallic Sound 150% แต่เพิ่มการใช้ Sp ของ Metallic Sound ขึ้น 60 หน่วยเป็นค่า Cost (เพิ่มดาเมจสกิล 150% นี่นับว่า แรงทัดเทียมกับการ์ดแลป 5 ถึง 2 ใบครึ่ง) ตรงเวล 170 จะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตที่เราจะสามารถเปลี่ยนไปใช้อาวุธซีรีย์ Edda: Bio Laboratory และ เลือกที่จะเปลี่ยนไปใช้ ระหว่าง หมวกจักรราศีคอมโบกับอาวุธ Edda อย่าง Libra Crown หรือจะใช้ Temporal Circlet ไปเลย คุณสมบัติของ 2 หมวกนี่ แทบจะไม่แพ้กันเลย ทั้งเพิ่ม Matk, ลด VCT และเพิ่มดาเมจสกิล

oQeB0e.png

 

oQefcl.png

ด้วยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด สิ่งที่ผมจะต้องเลือกก็คือ เลือกของที่จะใส่ระหว่างว่า จะซื้อ Sound Amplifier อีกข้าง แล้วเล่น Metallic Sound ไปเลย หรือจะดันทุรังเล่นสายเมต้าอย่าง Reverberation ด้วยการซื้อ True Alphoccio Basil มาอีกใบ (การ์ดบาดแลป 5 กับ Sound Amplifier ราคาคงตัวที่ประมาณ 22m zeny ทั้งคู่) และต้องเลือกอีกว่า จะทำหมวก Temporal Circlet มาใช้ หรือว่าจะตัดสินใจซื้อหมวก Libra Crown มาใส่

 

เนื่องจากว่า ตัวเลขไม่เคยโกหกเรา เพื่อประกอบการตัดสินใจ ผมจึงทำการใส่ Excel เพื่อคำนวณเปรียบเทียบความคุ้มค่าของ Build ที่ผมกำลังจะสร้างขึ้นมา โดยที่คำนึงถึง เลือดของมอนที่กำลังจะเจอในอนาคต (เวล 170 เราจะเจอมอนในดันบาโฟว์ย้อมสี Illusion of Labyrinth ที่มีเลือดเฉลี่ย 1.2 ล้าน และในเวลหลัง 180 เราจะเจอมอนในดันเหมือง Einbech ชั้น 3, Illusion Underwater ชั้น 2, Odin Past หรือ Odin Temple ชั้น 4, Thanatos Tower ชั้น 9-12, Abyss Lake ชั้น 4 และล่าสุด มอนในแมพรอบๆ เมือง Grey Wolf Village จาก Episode 18.1 เลือดมอนเฉลี่ยอยู่ที่ 3 ล้าน ดังนั้น เราต้องคิดดีๆ ว่าจะเล่นสายไหน ที่จะปิดมอนได้ ก่อนที่มอนจะปิดเรา

 

และแล้ว ตารางคำนวณเปรียบเทียบของผมก็ออกมาในรูปแบบนี้ ผมจะสอนวิธีการคำนวณให้ เผื่อว่า เพื่อนๆ จะเอาไปใช้ในการคำนวณสกิลต่างๆ ที่เพื่อนๆ เล่นกันบ้าง

เริ่มจาก ก่อนอื่นเลย ให้นำเอา Matk รวม (หน้า+หลัง) ของเรามาคูณ Skill's Damage Formula ก่อนเลย ในที่นี่ คือ 3600%=36 เท่าของ Matk จากนั้นก็คูณตัว Modifier ต่างๆ ไม่ว่า จะ Modifier เวทย์ธาตุ และตัวคูณสกิล วิธีคิดตัวคูณต่างๆ จะเป็นดังตัวอย่างต่อไปนี้ เช่น หากเรามีของที่เพิ่มดาเมจสกิลของเราอยู่ที่ 60% หมายความว่า เดิมทีเรามี ดาเมจสกิลตั้งต้นอยู่ที่ 100% หากเราเพิ่มไปอีก 60% หมายความว่า สกิลเราจะแรง 160%=160/100=1.6 เท่าจากดาเมจดั้งเดิม ดังนั้น มันจะเป็นตัวคูณ 1.6 ให้เราเก็บไว้ในใจ พอได้ตัวคูณทั้งหมดแล้ว ก็เอามันเข้าไปคูณเลยตรงๆ และในตอนสุดท้าย เราก็จะต้องเพิ่มตัวคูณเลเวลไปด้วย เนื่องจากว่า สกิลคลาส 3 ส่วนใหญ่จะสเกลตาม Base Level เป็นตัวคูณของ Base Level ผู้ใช้ หารด้วย 100 เช่น หากเราเวล 170 ก็จะต้องคูณ 170/100=1.7 ไปด้วย (อย่าลืมปัดเศษทิ้ง และระลึกไว้ว่า เรายังไม่คำนึงถึง Mdef หรือ Def ของมอน)

 

แล้วตัว Modifier ของ Metallic Sound มีอะไรบ้าง? เนื่องจาก Metallic Sound เป็นดาเมจเวทย์ไร้ธาตุ ดังนั้น การเพิ่มดาเมจเวทย์ไร้ธาตุ จะเป็นตัวคูณด้วย จะได้ว่า สูตรหลักๆ ก็จะเป็นดังนี้ (จริงๆ จะต้องแยกตัว Weapon Matk และ Equip Matk ให้ชัดเจน เพราะจริงๆ ตัวคูณบางตัว มันจะไปคูณตัว Weapon Matk อย่างเดียว บางตัวคูณทั้งหมด แต่ก็จากการทดสอบก็ให้ผลที่ไม่ได้ต่างกันมาก และค่าประมาณของมันในการทำนายดาเมจของตัวเองก็หวังผลได้อยู่)

Final Damage ของ Metallic Sound= Total Matk (ตัวหน้า+ตัวหลัง) x 36 (Damage Formula) x Matk% หรือ ตัวคูณการโจมตีต่อมอนประเภทต่างๆ (มอนปกติ/บอส) x ตัวคูณเวทย์ไร้ธาตุ x ตัวคูณเพิ่มความแรงของสกิล x Base Level ของผู้ใช้ ÷ 100

ยกตัวอย่างเช่น

ถ้าผมเลือกที่จะใส่ Temporal Circlet +7 ผมจะได้เพิ่มความแรงเวทย์ไร้ธาตุ 7% และเพิ่มความแรง Metallic Sound อีก 40% และหากใส่แส้ Heart Whip +11 ผมจะได้ เพิ่มความแรง Metallic Sound 30% และเพิ่มความแรงเวทย์ไร้ธาตุ 10% หากผมใส่ Sound Amplifier 2 ข้างจะได้ความแรงของ Metallic Sound อีกข้างละ 150 เป็น 300% ถ้าผมใส่เซ็ต Metallic Shadow Sets +4 ทั้งเซ็ต จะได้ความแรง Metallic Sound 21% และความแรงเวทย์ไร้ธาตุอีก 3% สุดท้าย ผมใส่เสื้อ Illusion Armor-B type ออฟโมดูล MATK 2 เม็ด รวมได้ Matk+ 10% หรือโจมตีเวทย์แก่มอนทุกประเภทแรงขึ้น 10%

 

ในตัวเลือกนี้ ผมจะมีตัวคูณต่อไปนี้

Total Matk (ตัวหน้า+ตัวหลัง) = 917

Matk% = (100+10)% =110/100 = 1.1

ตัวคูณเวทย์ไร้ธาตุ = (100+7+10+3)%= 1.2

ตัวคูณเพิ่มความแรงของสกิล = (100+40+150+150+21+30)%= 4.51

Base Level ของผม คือ 170 จะได้ตัวคูณ = 1.7

สุดท้ายจะได้ Final Damage เป็น (917+45) 36 1.11.2 x 4.51 x 1.7 = 350,491

 

ถ้าเป็นตัวอย่างนี้ใน Excel ด้านล่าง ก็ใช้คำสั่งของ Excel คำนวณตรงๆ ว่า

"=(B9+C4)*(B10/100)*(1+B12/100)*(1+(B14+B4)/100)*(1+(B13+D4)/100)*(B11/100)"

ผลก็จะเป็นไปตามตารางด้านล่าง ซึ่งจะเห็นว่ามีความแตกต่างจากการคำนวณตรงๆ ผ่านเครื่องคิดเลขโทรศัพท์ เป็นเหตุผลมาจาก การที่ Resolution ของตัวเลขทศนิยมของเครื่องคิดเลขโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์มันต่างกัน (อย่าลืมว่ามีการปัดเศษตลอดการคำนวณ)

oUz1fq.png

ในตารางนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเลือกของการเล่น Metallic Sound แต่มีของ Reverberation ด้วย เนื่องจากว่า เดิมๆ สกิล Reverberation เปลี่ยนธาตุได้ แต่ว่าในขณะที่มอนที่มีธาตุหลายๆ ธาตุรุมเรา การใช้ธาตุลูกธนูจะค่อนข้างไม่เป็นอิสระ ถ้าเทียบกันแล้ว เราอาจจะไม่มีโอกาสที่จะทำดาเมจชนะธาตุกับมอนในสถานที่เก็บเวลเลย ดังนั้น ผมจึงเลือกทำของสาย Metallic Sound เพราะว่า จากดาเมจด้านบน จะพบว่า ถ้าเราจะต้องไปสู้กับ Illusion of Labyrinth เราจะต้องเจอมอนเลือด 1.2 ล้าน ถ้าเราใช้ Metallic Sound จะประมาณ 3-4 Hits ก็พอ แต่ถ้าเป็น Reverberation เราจะต้องทำถึง 12 Hits ที่นี่ ถ้าหากเรามองในมุมที่ สกิล Metallic Sound มีคูลดาวน์ที่ชนกับดีเลย์พอดีที่ 0.5 วินาที ดังนั้น เราจะใช้เวลาสู้กับมอน 1 ตัวแค่ 1.5 วินาทีเท่านั้น แต่ในทางกลับกัน Reverberation มีดีเลย์ 0.5 วินาที แต่ไม่มีคูลดาวน์ (ซึ่งเราไม่มีของลดดีเลย์เลยแม้แต่ชิ้นเดียว และเราก็ไม่สามารถหวังให้ในปาร์ตี้มี Minstrel ที่จะบัพ Poem of Bragi เพื่อลดดีเลย์ 30% ให้กับเรา) หากใช้ Reverberation เราจะต้องยืนสู้กับมอนถึง 6 วินาที ซึ่งนานมากๆ เผลอๆ เราอาจจะตายก่อนที่เราจะฆ่ามอนได้ด้วยซ้ำ (แม้จะเล่น Reverberation แต่ถ้าเรายืนนานขนาดนี้ เราก็ต้องสู้ทีละตัว แม้มันจะเป็นสกิลหมู่ก็ตาม ดังนั้น เรื่องขอได้เปรียบเสียเปรียบของการเป็นสกิลหมู่ และสกิลเดี่ยว ของ Build ทั้ง 2 จึงไม่ต่างกันเลย) นี่คือ เหตุผลที่ก่อกำเนิด Wanderer สาย Metallic Sound สายสุดประหยัดของผมขึ้นมา

ปล. เอาจริงๆ ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ในเซิฟเกาหลีจะสามารถเล่นสาย Metallic Sound ได้หรือเปล่า บวกกับที่ ผมเป็นแฟนคลับของคุณโชค Yhunna (ゆんな) :Rice: จาก JRO ที่เล่น Metallic Sound Build ในเซิฟนั้นนั่นเอง

 

Build

Spoiler

 1. ส่วนหมวก +7 Libra Crown [ ]

oRrNG1.png

ตัวหมวก +7 ไม่ได้มีคุณสมบัติที่ดีอะไรมากมาย ก็คือ ทุก 2 ตีบวก จะได้ Atk+20 และ Matk+20 รวมเป็น 60 และหากตีบวก 7 จะได้รับผลเพิ่ม Aspd+10% และลดร่าย VCT 10% แต่ที่ดีก็คือ คอมโบของมันกับอาวุธซีรีย์ Edda: Bio Laboratory ในกรณีนี้ก็คือ Heart Whip ที่จะส่งผล เพิ่มดาเมจเวทมนตร์ไร้ธาตุ 10% และเพิ่มความแรงของสกิล Metallic Sound 5% ทุกๆ 1 ตีบวกของอาวุธ ซึ่งผมจะพูดถึงในส่วนของอาวุธ

 

2. ส่วนหู Scuba Mask [Kathryn Wigner Card]

oRr4l2.png

ตัวแว่นไม่ได้มีคุณสมบัติใดๆ มากมาย แค่ได้ Atk/Matk + อย่างละ 5 หน่วย (ที่เหลือเป็นส่วนคอมโบกับของที่เราไม่ได้ใช้ เพราะเอาไว้เก็บเวลตัวเด็กอย่างเดียว) ที่ดีของไอเท็มชิ้นนี้ก็คือ มันเป็นส่วนหูที่มีรู แล้วราคาถูกที่สุด ผมจึงนำมาใส่การ์ด Kathryn Wigner การ์ดของคนจากตระกูล Wigner ซึ่งสามารถหาทำได้ด้วยตัวเองในกิจกรรม Royal Hunting Event ที่จะจัดทุกปีในเซิฟเกาหลี ปีละครั้ง ตอนช่วงเดือนพฤศจิกายน การ์ดใบนี้ถือว่ามีคุณสมบัติที่ดีมาก คือ การลดร่าย 5% ใช่ครับ แค่นั้นแหละ แต่การที่จะทำลดร่าย 100% ด้วยงบน้อย ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่สุดยอดมากใบหนึ่ง แล้วที่เลือกใส่ส่วนหู แทนส่วนหมวก เพราะว่า มันจะได้เอาไปใช้ร่วมกับตัวละครอื่น อย่าง Arch Mage หรือ Elemental Master ได้ด้วย (ตัวการ์ดมีคอมโบกับการ์ดใบอื่นที่จะเพิ่มดาเมจเวทย์แก่มอนขนาดกลางเล็กๆ น้อยๆ และยังลดดีเลย์อีก 5% นับว่าดีเลยทีเดียว)

 

3. ส่วนอาวุธ +11 Heart Whip [ / ]

oRrhqD.png

ตามที่บอกก่อนหน้านี้ ก็คืออาวุธนี้เป็นคีย์หลักของ Build นี้เลย เพราะว่า หากตีบวกให้ถึง 11 จะลดคูลดาวน์ Metallic Sound 2 วินาที ทำให้คูลดาวน์ทับกับดีเลย์พอดี และยังเพิ่มดาเมจของ Metallic Sound ไปแล้วอีก 30% เพิ่มดาเมจเวทย์ไร้ธาตุ 10% พอไปใส่คอมโบกับหมวกด้านบน เนื่องจากว่า ผมตีบวก 11 ที่อาวุธ จะได้คอมโบเพิ่มดาเมจ Metallic Sound 55% ซึ่งจริงๆ แล้ว ตัวอาวุธซีรีย์ Edda: Bio Laboratory จะสามารถออฟได้ แล้วถ้าหากได้ออฟประจำอาชีพอย่าง Trentini's Memory หรือ ความทรงจำของ Trentini (ชื่อของ Wanderer แลป 5) ที่จะเพิ่มดาเมจเวทย์ไร้ธาตุ และสกิล Metallic Sound ตามการตีบวกของอาวุธไปอีก เรียกได้ว่า ถ้าเป็นตอนที่ 18.1 ยังไม่เข้า อาวุธชิ้นนี้แทบจะเป็นอาวุธคอมโบที่ดีที่สุดสำหรับสาย Metallic Sound เลยก็ว่าได้

 

4. ส่วนโล่ +0 Bloody Knight's Shield [Mutated Khalitzburg Card] (ลดร่ายแบบ VCT 5%/เพิ่ม Aspd 2%)

oRrkH9.png

หลังจากที่ผมสามารถจบเควสเนื้อเรื่อง 18.1 ได้ตั้งแต่วันแรกๆ ทุกคนก็ร้อนอยากจะซื้อของรางวัลอย่าง Amethyst Fragments มาทำของจาก Episode มาออฟของใหม่ๆ คนจึงซื้อหินแร่นี้ในราคาที่แพงมากๆ ชิ้นละเกือบ 100k zeny ทำให้ผมสามารถหาเงินมาทำตัวละครได้มากขึ้น ของที่ผมเลือกที่หาทำมาใส่ก็คือ Bloody Knight's Shield เป็นโล่ของแคสเกาหลีที่หลายๆ คนอาจจะไม่รู้จัก (ไม่แน่ใจว่า เข้า IRO ไปหรือยัง) ของชิ้นนี้ มีคุณสมบัติที่สุดยอดเอามากๆ ก็คือ เพิ่ม Aspd 10%, Atk+ 3%, Matk+3% ตรงจุดนี้ ก็เหมือนกับว่า มันจะดีน้อยกว่า โล่กระต่าย Cursed Bunny แต่จุดที่ต่างกันออกไปก็คือ ตัวโล่นี้ จะส่งเสริมด้านการป้องกันให้กับเรา แทนการสะท้อนดาเมจแบบ Cursed Bunny โล่นี้จะช่วยลดดาเมจที่จะเข้ามา จากทุกธาตุถึง 7% นอกไปจากนั้น หนำซ้ำ หากเราได้รับดาเมจจากศัตรู มีโอกาสที่เราได้รับการฟื้นฟู SP วินาทีละ 25 หน่วยเป็นเวลา 5 วินาที ในทางกลับกัน หากเราทำดาเมจกับศัตรู ไม่ว่าจะเป็นด้วยเวทมนตร์ หรือกายภาพก็ตามแต่ มีโอกาสที่จะฟื้นฟู HP วินาทีละ 150 หน่วยเป็นเวลา 5 วินาทีอีกด้วย ไม่พอ หากตีบวกมากพอ เราจะได้คุณสมบัติดีๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะ หากเราตีบวก 12 เราจะได้ลดดีเลย์ถึง 3% (ดีเลย์เป็นของหายากในเกาหลี มันจึงแพง)

 

การที่จะได้ของชิ้นนี้มา แน่นอนว่าเป็นของแคส มันจึงคราฟได้ด้วย ตามที่ผมเคยพูดไปแล้วในกระทู้ก่อนๆ แต่ว่า เราจะคราฟได้เป็น Cursed Knight's Shield ก่อน แล้วจากนั้น หากเราไปออฟ จะมีโอกาสเล็กน้อยที่จะเปลี่ยน Bloody Knight's Shield แต่ก็จะมีโอกาสที่เล็กน้อยกว่า ที่จะเปลี่ยน Cursed Knight's Shield เป็น Purified Knight's Shield ถ้าเป็นโล่เวอร์ชั่น ชำระล้างแล้ว (Purified) จะเพิ่มคุณสมบัติขึ้นไปอีกขั้น เช่น ถ้าตีบวก 12 จะลดดีเลย์ 5% แทน 3% และการออฟ Purified Knight's Shield ได้ถึง 3 แถวแทน 2 แถว (ในออฟแถว 3 มีแม้แต่ออฟโจมตีบอสแรงขึ้นเป็น % ซึ่งดีมากๆ ถ้าออฟดีๆ โล่แทบจะทัดเทียมกับการถืออาวุธ 2 มือเลยทีเดียว และนี่ก็คือ เหตุผลว่า ทำไมหลังๆ กิโยสาย Cross Impact ถึงเริ่มหันมาถือมีดที่มือขวา แล้วถือโล่ที่มือซ้ายแทนอาวุธคู่กันแล้ว) ซึ่ง เราจะเห็นว่า Bloody Knight's Shield ก็คือ เวอร์ชั่นล้มเหลวของ Cursed Shield ที่ไม่อาจจะชำระล้างได้อีกแล้ว ราคามันก็จะตกลง จากเดิมๆ 100m เหลือเพียง 30-40m ทำให้ผู้เล่นที่ฟาร์มเงินด้วยมือล้วนๆ สามารถหยิบจับมันมาใช้ได้ ส่วนออฟก็ตามที่เขียนด้านบนครับ ผมหวังลดร่าย 5% เพื่อที่จะทำลดร่าย 100% ในตัวละครตัวอื่นด้วย

 

การ์ดที่ผมเลือกมาใส่ก็จะเป็น Mutated Khalitzburg Card จากดัน Challenge Old Glast Heim นั่นเอง คุณสมบัติก็คือ เพิ่ม Hard Mdef ให้เรา 10 หน่วยไปตรงๆ แล้วยังป้องกันการโจมตีจากมอนขนาดกลางและขนาดใหญ่ถึง 25% ด้วยเหตุนี้ การ์ดใบนี้จึงถือว่าเป็น Best in Slot ในยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้ (ขอละการ์ดบอสไว้ในฐานที่เข้าใจ)

 

5. ส่วนเสื้อ +7 Illusion Armor - B type [Ominous Solider Card] (MATK/MATK)

oRr97J.png

ของชิ้นนี้มาจาก Episode 17.1 Illusion ตัวเสื้อจะมี 2 แบบ คือ A type กับ B type ตัว A type จะเป็นของสายกายภาพ ในขณะที่ B type จะเป็นของสายเวทย์ คุณสมบัติหลักๆ ของเกราะนี้ก็คือ ให้ Matk 100 หน่วยไปเลยดื้อๆ แล้วยังเพิ่มอีก 10 ทุกๆ 2 ตีบวกอีก และหากเราตีบวกถึง 7 เราจะได้ลดร่าย VCT 10% นับว่าเป็นตัวเลือกที่สุดยอดมากสำหรับคนที่จะทำไร้หลอดด้วยของ ที่เหนือไปกว่านั้น ตัวเสื้อยังสามารถ Enchant ด้วยสิ่งที่เรียกว่า Modification Module อีก ตัว Module ที่ผมเลือกคือ Modification Module (MATK) (หากเราหาชิ้น module ที่เราต้องการจะออฟมาได้ ก็สามารถทำออฟได้ตามใจชอบ โดยไม่มีการสุ่ม) โมดูล Matk จะให้ Matk +5% ไปเลย และหากเราตีบวกเสื้อให้เป็น +7 เราจะได้ Matk อีก 25 หน่วย สุดท้ายถ้าตีได้ +9 เราจะได้อีก 25 หน่วย

 

การ์ดที่เลือกมาใส่ก็คือ Ominous Solider หรือการ์ดเต่าดินในดันย้อมสี Illusion of Abyss การ์ดใบนี้ไม่ได้เพิ่มดาเมจอะไรเลย แต่ให้การป้องกันที่สุดยอดมาก ก็คือ เพิ่ม Max HP ถึง 10% และยังได้ Hard Def อีกถึง 50 หน่วย ไม่พอ ทุก 3 ตีบวกของเสื้อ จะได้เลือดอีก 1% และหากผู้สวมใส่มี Base Level 160 ขึ้นไป จะเพิ่ม Hard Def อีก 50 และได้ Vit+3 ไปเลย ซึ่งแน่นอนผมให้ความสำคัญกับการป้องกันตัวมากกว่าดาเมจ เพราะแม้ว่า เราจะมีดาเมจ แต่ถ้าเราไม่ได้ทำดาเมจกับมอน เพราะว่า เราทนรับดาเมจจากมอนไม่ไหว ก็ไร้ค่า (มอนแพทซ์หลังๆ ตีหนัก สกิลหนัก ถ้าไม่ทำของป้องกันตัวดีๆ จะวูบแบบไม่รู้ตัวเลย)

 

6. ส่วนผ้าคลุม (มัพ) +7 Illusion Engine Wing - B type [Purple Pitaya Card] (Caster/Caster)

oRrTgb.png

ของอีกชิ้นจากซีรีย์ Episode 17.1 ตัวนี้เป็นส่วนของมัพหรือผ้าคลุม จริงๆ แล้ว มันไม่ได้ฟิคให้เราเลือกว่า สายเวทย์จะต้อง B type เสมอไป อาจจะผสมกันก็ได้ เพราะทั้ง 2 อันมีออฟเหมือนกัน และคอมโบก็ดีทั้งคู่ ก็คือ หากของชิ้นนี้ (B type) ใส่คู่กับเสื้อ B type เราจะได้ Matk+50 แต่ถ้าเราเลือกที่จะใส่ Illusion Engine Wing -  A type คู่กับเสื้อ B type ที่เรามีก็จะได้ Aspd 10% แต่ที่ผมเลือก B type เพราะว่า หลักๆ ตัวมัพชนิดนี้ ถ้าตีบวก 7 ขึ้นไป เราจะได้ลดร่าย VCT อีก 5% ตัวออฟที่ผมเลือกมาใส่ก็คือ Modification Module (Caster) จะได้ลดร่าย VCT เม็ดละ 5% ถ้าบวก 7 จะได้ลดอีก 3% และถ้าบวก 9 เราจะได้ลดอีก 3% 

 

การ์ดที่ผมใช้ คือ Purple Pitaya การ์ดจากแมพในคฤหาสน์วามุนด์ Episode 17.2 ถ้าหากจำการ์ดส่วนมัพอย่าง Nightmare Ancient Mummy ที่ Arch Mage ผมใส่ในกระทู้ก่อนๆ การ์ดใบนี้มีคุณสมบัติแทบจะเดียวกันทุกประการ ต่างกันเพียงเล็กน้อย ก็คือ ลดดาเมจจากการโจมตีไร้ธาตุ 15% (เกือบเท่า Raydric 1 ใบ) และจะทำดาเมจเวทมนตร์ไร้ธาตุ (Nightmare Ancient Mummy จะเป็นเวทย์ไฟ) แก่มอนสเตอร์แรงขึ้นอีก 3% ทุกๆ 1 ตีบวกของมัพ เรียกได้ว่า ไม่มีข้อเสียอะไรเลย เป็นการ์ดที่ค่อนข้างแพงมาก เพราะว่า ทุกคนในเกาหลีไม่ได้ให้ความสำคัญกับดาเมจอย่างเดียว (ยกเว้น จะมีคนแท็งให้ตลอดเวลา ซึ่งก็มีโอกาสโดนมอนใช้สกิลหมู่แล้ว โดนลูกหลงอยู่ดี) แต่จะให้ความสำคัญกับการป้องกันด้วย แล้วการ์ดที่ให้ทั้งการป้องกัน และการโจมตีพร้อมกันแบบนี้ ใครบ้างเล่าจะไม่ชอบ

 

7. ส่วนรองเท้า +9 Grace Magic Boots [Sohee Card]

oRrtCf.png

รองเท้าจากซีรีย์ของฟรีอย่าง Grace Set ที่ผมใช้ในตัว Arch Mage ตอนที่กำลังฟาร์มเงินของผมยังไม่สูงมาก ก็ยังนับว่าเป็นของฟรี (ที่แลกเปลี่ยนไม่ได้ เพราะล็อคตัวละคร) ตีบวกง่าย และยังลด Fixed Cast Time (FCT) ถึง 0.5 วินาที เท่า Temporal Dex Boots เพียงแค่เราไม่จำเป็นต้องอัพ Dex ให้ 120 ก็แสดงผล การ์ด Sohee ผู้เล่นเก่าๆ ก็คงจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว เป็นการ์ดที่เหมาะกับตัวละครผมมากๆ เนื่องจากว่า SP ผมไม่ค่อยจะพอใช้งาน (ส่งผลมาจากการใช้ Sound Amplifier ในการรีดดาเมจ) การเพิ่ม Max SP pool ถึง 15% แถมเพิ่มอัตรารีเจน SP 3% จึงเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

 

8. ส่วนประดับ (ทั้งสองข้างเลย) Sound Amplifier [ ]

oRrwFa.png

อีกหนึ่งคีย์ไอเท็มของสายนี้ ก็คือ Sound Amplifier เจ้าเก่า เจ้าเดิม อย่างที่รู้กันอยู่ว่า ตัวไอเท็มชิ้นนี้ใช้ได้แค่อาชีพนักธนูที่จะช่วยลดร่าย VCT ถึง 50% ต่อข้าง แต่ก็ยังมีคุณสมบัติที่เพิ่ม Damage ให้แก่ Metallic Sound 150% แลกมากับการใช้ Sp ที่สูงขึ้นข้างละ 60 หน่วย แต่ผมคิดว่ามันจะสามารถใช้ได้แค่ช่วงต้นเกมเท่านั้น แม้ว่า การเพิ่มดาเมจสกิล Modifier จำนวนมากถึง 150% แทบจะไม่สามารถถูกทดแทนได้ด้วยอะไรเลย แต่เราสามารถลดดาเมจส่วนนี้ไปทำลด FCT แทนก็ได้ จะสังเกตว่า ผมเองก็ทำสลับของไว้เสมอ เพื่อลด FCT 0.3 วินาที เนื่องจากว่า สกิลคลาส 4 จะมี FCT จำนวนมากก็เลยต้องเริ่มออกแบบ Build ใหม่แล้ว แต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว เครื่องประดับนี้ก็แทบจะ Best in Slot สำหรับสาย Metallic Sound ไปแล้ว

 

9. ชาโดว์ส่วนโล่ +4 Metallic Shield Shadow

oRrKtq.png

มาถึงส่วนชาโดว์กันบ้าง ชาโดว์ประเภทนี้เป็นชาโดว์ที่เรียกว่าเป็น ชาโดว์ประจำสกิล เป็นชาโดว์ที่จะเข้ามาเซิฟเกาหลีแทบจะหลังสุดเลย คุณสมบัติของมันก็ค่อนข้างสุดยอดมาก เดิมๆ ก็จะเพิ่มดาเมจเวทย์ไร้ธาตุ 3% ถ้าตีบวก 7 จะได้อีก 3% แล้วถ้าตีบวก 9 จะได้อีก 4% ในส่วนของคอมโบก็เหนือยิ่งไปกว่า ตัวคอมโบจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ

- คอมโบกับชาโดว์ประจำอาชีพ (ที่ในเซิฟไทยมีของกิโย และของวอร็อคเข้าไปแล้ว) ถ้าชาโดว์ประจำสกิลเป็นโล่ จะคอมโบกับชาโดว์ประจำอาชีพที่เป็นอาวุธ ในทางกลับกัน ถ้าหาก ชาโดว์ประจำสกิลเป็นส่วนอาวุธ ก็จะคอมโบกับชาโดว์ประจำอาชีพที่เป็นส่วนโล่ คอมโบนี้จะให้เจาะเกราะ (ถ้าเป็นสกิลกายภาพ) หรือจะเจาะเกราะเวทย์ (ถ้าเป็นสกิลเวทย์) 40% และจะเพิ่มอีก 1% ทุกๆ 1 ผลรวมการตีบวกของ 2 ชิ้นนี้ ตรงส่วนคุณสมบัตินี้ แน่นอนว่า มันเป็นคอมโบที่ดีเอามากๆ เพราะว่า หากไม่เจาะเกราะ หรือเจาะเวทย์ ชีวิตหลังเวล 175 จะเป็นอะไรที่โคตรทรหด เพราะว่า Def และ Mdef ของมอนในแพทซ์หลังๆ จะสูงเอามากๆ สูงจนถ้าไม่เจาะเกราะ หรือเจาะเกราะเวทย์ ดาเมจเราก็หายไปมากจนปิดมอนลำบากเอามากๆ ดังนั้น ของเจาะเกราะ หรือเจาะเวทย์จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในแพทซ์ 200 (ยกเว้น อาชีพที่นำเอา Hard Def มาคิดเป็น Soft Def อย่าง Cart Cannon ของ Genetic และ Dragon Breath ของ Rune Knight)

-คอมโบกับเซ็ตของตัวเอง ตัวเซ็ตของมันจะประกอบไปด้วย เสื้อ โล่ และรองเท้า (สำหรับสกิล Metallic Sound) อาจจะแตกต่างออกไปสำหรับบางอาชีพ เช่น Ignition Shadow Set ที่ส่วนคอมโบจะไม่ใช่เสื้อกับรองเท้า แต่เป็นประดับทั้ง 2 ข้างแทน เป็นต้น คอมโบของเซ็ตจะเพิ่มดาเมจสกิล Metallic Sound ไปเลยตรงๆ 1% ทุกๆ 1 ผลรวมการตีบวกของทุกชิ้นในเซ็ต ของผมตอนนี้ตีบวกที่ระดับปลอดภัยทุกชิ้น ดังนั้น ผลรวมความแรงของ Metallic Sound ที่เพิ่มขึ้น คือ 12% นั่นเอง

 

10. ชาโดว์ส่วนอาวุธ +4 Wanderer Weapon Shadow

oRrZoz.png

ชาโดว์ส่วนอาวุธประจำอาชีพ Wanderer คุณสมบัติของมันค่อนข้างจะเรียบง่าย แต่ทรงพลังเป็นอย่างมาก ตัวชาโดว์อาวุธเดิมๆ จะให้ Max HP +3% ไปเลย อีกคุณสมบัติของมันก็คือ เราจะได้ Hard Def เพิ่มขึ้น เท่ากับ การตีบวกของไอเท็มชิ้นนี้ คูณด้วย ผลรวมของเลเวลสกิลบัพ Exclusive ของ Wanderer ทั้งหมด ซึ่งได้แก่ Swing Dance, Lover Symphony และ Moonlight Serenade สำหรับคนที่งง ผมจะอธิบายโดยใช้ตัวละครผมเป็นตัวอย่างก็แล้วกันครับ ถ้าดูจากผังสกิลคลาส 3 ของผม สกิลบัพ Exclusive ที่ผมพูดถึงก็คือ สกิลที่จะอยู่ที่แถวที่ 4 ทั้ง 3 สกิล ที่ผมอัพจนเต็ม 5 จนหมดนั่นแหละ ผลรวมของเลเวลสกิลก็จะเป็น 5+5+5=15 และจากที่ชาโดว์ประจำอาชีพ Wanderer ส่วนอาวุธของผมตีบวกอยู่ที่ 4 ก็จะได้ว่า ผมจะได้ผลลัพธ์การเพิ่ม Hard Def = 4 x 15 = 60 หน่วยนั่นเอง จากที่กล่าวมานี้ ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ชาโดว์ชิ้นนี้จะช่วยให้ HP Pool ของ Wanderer มีค่ามากขึ้น และช่วยให้ได้รับดาเมจกายภาพต่ำลงจากการมี Hard Def ที่เพิ่มขึ้นด้วย มันจึงเป็นชาโดว์ที่ผมชอบเป็นอย่างมาก เพราะ มันทำให้ตัวละครผมตายยากมากขึ้นไม่มากก็น้อย

oRHgru.png

 

11. ชาโดว์ส่วนเสื้อ +4 Metallic Armor Shadow

oRrcG8.png

ตัวเสื้อก็ง่ายๆ ครับ จะได้ความแรงของสกิล Metallic Sound 5% และจะเพิ่มอีก 2% ทุกๆ 2 ตีบวกของเสื้อ ก็เข้าใจง่ายดีครับ เอาไว้เพิ่มดาเมจสกิล หลักๆ คือ เอามาใส่หลังคอมโบมากกว่า

 

12. ชาโดว์ส่วนรองเท้า +4 Metallic Shoes Shadow

oRrifR.png

ตัวรองเท้าก็เป็นอีกจุดเด่นของชุดเซ็ตคอมโบของชาโดว์ประจำสกิล Metallic Sound ตัวรองเท้าจะช่วยลดการใช้ง่าย SP ของสกิล Metallic Sound ลง 2% และทุกๆ 2 การตีบวก ก็จะลดอีก 1% ตรงจุดนี้นับว่า ดีเอามากๆ เพราะว่า สกิล Metallic Sound จะกิน SP ผู้ใช้สุดๆ เพราะเราใช้ Sound Amplifier ในการรีดดาเมจ เดิมๆ Metallic Sound จะใช้ SP มากถึง 80 หน่วยอยู่แล้ว การใส่ Sound Amplifier 2 ข้างก็จะเพิ่มขึ้นอีก 120 เป็น 200 หน่วยต่อการใช้ Metallic Sound 1 ครั้ง เนื่องจากว่า Metallic Sound มีคูลดาวน์ 0.5 วินาที หากลดไปแล้ว 2 วินาที ดังนั้น ใน 1 วินาที เราจะใช้ (ในทางทฤษฎี) Metallic Sound ได้ 2 ครั้งด้วยกัน ดังนั้น มันจะกิน SP ประมาณวินาทีละ 400 หน่วย 10 วินาที ก็ 4000 หน่วย ถ้าจินตนาการไม่ออกว่ามันกินหนักแค่ไหน ก็ลองนึกถึง เวลาคุณติดบัพ Runaway Magic จากออฟรองเท้าเทม แล้วมันกิน SP เราหนักขนาดไหน การกิน SP ของ Metallic Sound ก็คือ 2 เท่านั่นเอง การมีชาโดว์ส่วนรองเท้าคู่นี้ จะช่วยได้ค่อนข้างดีเลย เพราะมันจะทำให้เราใช้ SP น้อยลงไป 4% (ที่ตีบวก 4) และ Wanderer เองก็มีสกิลอย่าง Service For You ที่จะลดการใช้ง่าย SP ถึง 15% จาก 200 หน่วยต่อการใช้งาน 1 ครั้ง ก็จะเหลือเพียง 162 ถ้าตีบวกสูงๆ ก็จะช่วยได้มากกว่านี้ อีกนิดหน่อย แต่ก็ดีกว่าไม่มีเลย

 

Gameplay และสกิลคลาส 4

Spoiler

วิธีการเล่นของ Wanderer สายนี้ก็ไม่มีอะไรมาก กดบัพของตัวเองให้ครบ อาจจะใช้เป็น Service For You คู่กับ Swing Dance หรือ อาจจะใช้คู่กับ Moonlight Serenade ก็ได้เหมือนกัน โดยที่ Swing Dance จะใช้ตอนเราอยากได้ Aspd และการเดินที่เร็วขึ้น ซึ่งการมี Aspd ที่สูงก็จะช่วยการออกท่าทางของตัวเองทำได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ในขณะที่เราต้องการจะรีดดาเมจสูงสุดก็ให้เลือกใช้ Moonlight Serenade แทน เพราะมันจะเพิ่ม Matk (ในแบบที่ไม่แสดงในหน้าต่าง Status ให้กับเรา) ในหลายๆ สถานการณ์ที่เราต้องการ Max HP pool ที่สูง เช่น ตอนสู้กับบอส ก็ให้ใช้สกิล Frigg's Song ที่ให้ Max HP มากถึง 25% คู่กับ Circle of Nature (ถูกปรับในแพทซ์ Job Improvement ให้ใช้นอก PVP ได้แล้ว มันจะช่วยเร่งการรีเจน HP เป็นหลายเท่า ก็คือ เวลละ 50% ผมอัพที่เวล 3 ก็จะได้ HP regen +150%)

oRrlJk.png

หากเราเจอมอนจำนวนมากเกินไป หรืออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินก็ให้ใช้สกิล Siren's Song หรือสกิลจุมพิตของเราเพื่อให้มอนหยุดโจมตีเรา (ข้อควรระวังใหญ่หลวงก็คือ มันมีโอกาสที่จะไม่ติด แต่ข้อดีของมันก็คือ มันหยุดได้แม้กระทั่งเป็นบอส) หลังจากมอนติดสถานะหลงรักของเราแล้ว มันก็จะไม่ตีเรา (แต่ยังตีคนอื่นอยู่ ดังนั้น อย่าเอาไปแกล้งเพื่อนนะครับ :Heh:) แต่เมื่อใดที่เราทำดาเมจกับมัน มอนจะหลุดจากภวังค์ และกลับมาโจมตีเราอีกครั้ง ดังนั้น สกิลนี้จะไม่ค่อยเวิร์กถ้าใช้ร่วมกับสกิล Reverberation เพราะ ผวังของมอนทั้งหมดที่โดน Reverberation ที่เป็นสกิลหมู่โจมตีจะสลาย และรุมกระทืบเราอย่างรวดเร็ว ในทางตรงกันข้าม สกิลนี้แสดงผลที่โคตรจะทรงพลังกับสาย Metallic Sound เพราะ Metallic Sound เป็นสกิลเดี่ยว ดังนั้น หากเราใช้ Siren's Song แล้วปลุกมอนจากภวังค์มาสู้กับเราทีละตัว สถานการณ์ที่เราโดนมอนรุม จะกลายเป็นภาพของมอน ยืนดู เราสู้กับเพื่อนมัน ตัวต่อตัว เรียกได้ว่า เป็นคอมโบสกิลที่ Perfect เป็นอย่างมาก เพราะมันปิดจุดบอดของสกิลได้อย่างสมบรูณ์แบบ

oRrjol.png

ปัญหาเพียงอย่างเดียวสำหรับสายนี้ ซึ่งเรียกว่าเป็นปัญหาที่ไม่มีทางแก้ได้ก็คือ สกิล Metallic Sound เป็นเวทมนตร์ไร้ธาตุ ดังนั้น เราจะไม่สามารถทำดาเมจแก่มอนที่เป็นธาตุวิญญาณเข้มข้นได้เลย วิธีจะสู้กับมอนธาตุวิญญาณมีแค่ทางเดียว ก็คือ สลับของไปใช้ Reverberation โดยที่ใส่ลูกธนูทอง (ธนูธาตุวิญญาณ) แต่ในทางที่ดีก็คือ ไม่ต้องสู้เลยดีกว่า เพราะ ดาเมจ Reverberation ต่อให้ชนะธาตุ ก็ค่อนข้างจะเบาสุดๆ เพราะ เราไม่ได้มีของเหมือนที่คนรวยๆ เขามีนั่นเอง นี่คือ Gameplay ทั้งหมดที่สามารถใช้ได้ยันเวล 200 ขึ้นไปเลยทีเดียว

 

เอาล่ะ มาถึงจุดที่เพื่อนๆ อาจจะสนใจ หลังจากที่ผมกลายเป็น Trouvere แล้วชีวิตเปลี่ยนไปในทิศทางใดบ้าง สกิลที่ผมอัพมาใช้หลักๆ หลังจากที่เป็น Trouvere แล้วมีดังต่อไปนี้ครับ

Sound Blend

oqeLh0.png

Sound Blend เป็นสกิลโจมตีกึ่ง Debuff (ดีบัพ) ที่จะล็อคเป้าไปที่ศัตรู ศัตรูจะได้รับดาเมจ 600% Matk หลังครบเวล 20 วินาที (ที่เวล 5) โดยที่ธาตุของเวทย์นี้จะขึ้นอยู่กับลูกธนูที่เราสวมใส่ พร้อมกินลูกธนูไป 1 ดอก ดาเมจไม่ใช่อะไรที่หวังผลได้เลยแม้แต่นิด ที่สำคัญคือ ดีบัพ ต่างหาก ก่อนที่สกิลจะทำดาเมจกับศัตรู ศัตรูจะติดสถานะใหม่ของเกมที่เรียกว่า Brand (ติดแม้แต่มอนคลาสบอส) มอนที่ติดสถานะ Brand จะได้รับดาเมจจากสกิล Reverberation, Metallic Sound, Rhythm Shooting และ Rose Bloosom แรงขึ้น (สกิล 2 สกิลหลังเป็นสกิลโจมตีของคลาส 4 สายกายภาพระยะไกล หลังๆ มานี้ ผมเลยเจอ Wanderer และ Minstrel สาย Severe Rainstorm มากขึ้น ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าจะเล่นกายภาพ บาดจะดีกว่า เพราะมีสกิลเพิ่ม Atk อย่าง Windmill Rush)

นอกจากที่มันจะเป็นสกิลโจมตีและดีบัพศัตรูแล้ว มันเป็นสกิลที่ช่วยให้เราได้รับ AP หรือ Activity Point ซึ่งเป็นหลอดใหม่ของคลาส 4 เพิ่มขึ้น 2 หน่วย ที่เวล 1-3 และหาก Sound Blend เวล 4-5 เราจะได้รับ AP 3 หน่วยทุกครั้งที่ใช้ วิธีดูว่า สกิลไหนใช้แล้วได้ AP เท่าไหร่ ก็ให้ดูที่ทำอธิบายสกิล จะเห็นว่า มันเขียนว่า

AP 2(1-3Lv), 3(4-5Lv) ด้วยตัวอักษรสีฟ้า มันสื่อว่า หากเราใช้สกิลนี้ เราจะได้ AP คืนมาเท่าไหร่ ทุกครั้งที่ใช้ (หากเป็นสกิลที่ต้องจ่าย AP ในการใช้งานจะเขียนด้วยตัวอักษรสีแดง ซึ่งเพื่อนๆ จะได้เห็นในสกิลหลังๆ)

oRrA5E.png

อันนี้คือ สกิลของ Metallic Sound ก่อนที่มันจะติด Brand

oRrPVN.png

หลังจากที่ร่ายสกิล Sound Blend ไปแล้ว มอนจะติดสถานะ Brand ที่เป็นตัวโน๊ตดนตรีสีม่วงบนหัว

oRr2SV.png

และนี่คือ ดาเมจของ Metallic Sound หลังจากที่มอนติดสถานะ Brand ไปแล้ว แรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากๆ (แรงขึ้นเป็นแสน) คำถามคือ แรงขึ้นกี่ % เนื่องจากว่า ตัวสกิลไม่ได้บอกอะไรผู้เล่นเลย บอกเพียงแค่แรงขึ้น แต่ไม่ได้บอกว่า แรงขึ้นเท่าไหร่ ดังนั้น ก็เข้าสู่ช่วงทดสอบ

o5g9du.png

เพื่อกำจัดตัวคูณดาเมจออกไปให้มากที่สุด ก็เริ่มจากการถอดของจนหมดทั้งตัว ตรงจุดนี้ ดาเมจจะไม่มีการเหวี่ยงขึ้นลง เพราะ เราไม่ได้ถูกอาวุธที่มีระดับตีบวกเกินจุดปลอดภัย มาเริ่มทดสอบกันก่อนว่า เราสามารถคำนวณได้ตรงตามที่ดาเมจออกมาหรือเปล่า ก่อนที่ติด Brand ให้เสา

ตอนนี้ตัวละครผม มี Matk อยู่ที่ 355 มี Base level อยู่ที่ 202 ดังนั้น เราจะมีตัวคูณจากเลเวลที่ 2.02 และ Metallic Sound มีดาเมจอยู่ที่ 3600% Matk ดังนั้น เราจะได้ว่า

Final Damage ของ Metallic Sound = 355 x 36 x 2.02 = 25,815

แต่ว่า ดาเมจที่แสดงในภาพด้านบนอยู่ที่ 27,292 นี่นา เอ้ะ! หายไปเกือบ 2000 ดาเมจ ผิดปกติแล้ว ใช่แล้วครับ เราลืมตัวคูณไปตัวหนึ่งครับ ตัวคูณตัวนี้เป็นตัวคูณใหม่ที่คนไทยหรือแม้แต่ผู้เล่นเซิฟอื่นที่ไม่เคยจับคลาส 4 อาจจะไม่รู้จักกันเลย เราเรียกมันว่า ตัวคูณ S.Matk หรือที่ย่อมาจาก Spell Magical Attack โดยที่ 1 S. Matk จะได้ตัวคูณ Final Damage ทางเวทย์ 1% โดยที่เราจะได้รับ S. Matk จากการอัพ Status คลาส 4 ที่เรียกกันว่า Trait Status ทุกๆ การอัพ SPL 3 หน่วย จะได้รับ S. Matk 1 หน่วย ในตอนนี้ผมมี S.Matk อยู่ 6 หน่วย ดังนั้น ผมจะได้อีกตัวคูณเป็น 1.06

หากลองใส่เข้าไปในสมการของเราจะได้ว่า

Final Damage 355 x 36 x 2.02 1.06 = 27,364

คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย จากการปัดเศษระหว่างการคำนวณ และ Soft Mdef ของเสา

o5gtPI.png

ทีนี้หลังจากที่เราติด Brand ด้วยสกิล Sound Blend ไปแล้ว ดาเมจก็แรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คำถามคือ กี่ % วิธีการคำนวณก็คือ การทำย้อนกลับ ให้เราสมมุติว่า ตัวคูณจากผลของ Brand มีค่า = B แล้วระลึกไว้ว่า หากเราคูณ B เข้าไปในสมการเดิม จะตรงได้ผลลัพธ์ใหม่ที่มีค่าอยู่ราวๆ 32,758 เราจะได้สมการของดาเมจว่า

32,758 355 x 36 x 2.02 1.06 x B ดังนั้น B = 32,758 ÷ (355 x 36 x 2.02 1.06) = 1.197 ประมาณได้เป็น 1.20 =(100+20)/100 ดังนั้น เราจะได้เลยว่า สกิลนี้ทำให้ดาเมจของ Metallic Sound แรงขึ้น 20% ที่เลเวล 1 ของ Sound Blend (เนื่องจากว่า Point สกิลยังไม่พอ เลยไม่แน่ใจว่า ถ้าใช้ที่เวลสูงกว่าตัวคูณนี้จะเพิ่มขึ้นหรือไม่)

ต่อมาอีกคำถามที่น่าสนใจก็คือ มันเป็นตัวคูณแบบไหน เป็นตัวคูณใหม่เลย หรือว่าเป็นตัวคูณเดียวกับ ตัวคูณจากการเพิ่ม Damage สกิล Metallic Sound อย่างจากพวก Sound Amplifier

o5gkr0.png

เพื่อที่จะได้รู้คำตอบ เรามาทดสอบกันเลย หากผมใส่ Sound Amplifier เข้าไป 1 ข้าง จะได้ว่า เราจะได้ตัวคูณความแรงสกิลเพิ่มมา 150% ซึ่งก็จะได้ว่า สกิล Metallic Sound จะแรงกลายเป็น

Final Damage 355 x 36 x 2.02 1.06 2.5 = 68,411 แบบไม่มีผลของ Brand

เอาล่ะ มาถึงจุดสำคัญ เรามีความเป็นไปได้อยู่ 2 แบบ คือ

ความเป็นไปได้ที่ 1 ตัวคูณ Brand เป็นตัวคูณสกิลแบบเก่า หากเป็นแบบนั้นจริง เราจะได้ว่า ตัวคูณดาเมจสกิล Metallic จะเพิ่มจาก 150% เป็น 170% ตรงๆ จะได้ว่า เราควรจะทำนายดาเมจของ Metallic Sound ได้เป็น

Final Damage 355 x 36 x 2.02 1.06 2.7 = 73,884

ความเป็นไปได้ที่ 2 ตัวคูณ Brand เป็นตัวคูณสกิลแบบใหม่ไปเลย ไม่มีความเกี่ยวข้องกับตัวคูณสกิลของ Metallic Sound แต่เป็นตัวคูณที่มาจาก Brand กรณีนี้ ตัวคูณดาเมจ Metallic Sound จะยังคงตัวที่ 150% แต่จะมีตัวคูณใหม่คูณเข้ามาเพิ่มอีก 1.2 จะได้ว่า

Final Damage 355 x 36 x 2.02 1.06 2.5 x 1.2 = 82,093

o5gwmP.png

และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่เห็นในภาพด้านบนนั่นเอง ผลปรากฎว่า Brand จากสกิล Sound Blend จะกลายเป็นตัวคูณสกิลตัวใหม่ของ Metallic Sound ไปเลย ซึ่งตรงจุดนี้ ทำให้ตัวสกิลทรงพลังไปอีกหลายเท่า เพราะการมีตัวคูณหลายตัว จะทำดาเมจเราไปได้สูงมากกว่า การมีตัวคูณไม่กี่ตัว ที่บวกกันเยอะๆ นั่นเอง

นี่คือ เหตุผลเดียวกันที่ทำให้ ยุคก่อนแพทซ์คลาส 4 หลังจากที่ Job Improvement และ Mass Skills Rebalance กิโยทุกคนถึงเปลี่ยนไปเล่นสาย Soul Destroyer เพราะว่า ตัวสกิลมีการปรับให้สเกลตาม Str และ Int หนำซ้ำยังเป็นสกิลระยะไกลที่ติดคริได้ พอไปอยู่กับกิโยมันเลยแข็งแกร่งกว่า สกิลของ Ranger และ Rune Knight จนเกินไป เพราะว่า เนื่องจากเป็นสกิลของกิโย Soul Destroyer จึงมีตัวคูณมากเกินไป ได้แก่ ตัวคูณดาเมจสกิล ตัวคูณระยะไกล ตัวคูณคริติคอลดาเมจ ตัวคูณยาแอส Enchant Deadly Poison และสุดท้ายคือ ตัวคูณ Venom Impression หลังจากที่เป็น Shadow Cross ยังจะมีตัวคูณจาก Trait Status อย่าง P. Atk อยู่อีก แถมเป็นสกิลที่ไกลถึง 10 ช่องทำให้ทำลายสมดุลเกมไปเลยช่วงหนึ่ง ปล. ปัจจุบันเนิร์ฟจนเล่นลำบากมากขึ้นเยอะและ เพราะระยะร่ายมันใกล้มากจนแทบจะจูบมอนอยู่แล้ว เป็นสกิลระยะไกลที่ใช้ระยะประชิดไปแล้ว :Heh: สำหรับคนที่สนใจการคำนวณ Atk ของกิโย แนะนำให้ลองเสพบทความของคุณวี Assing นะครับ ผมจะแปะลิงก์ไว้ใน Reference ด้านล่างนะครับ

เอาล่ะ นอกเรื่องกันมาเกินไปแล้ว เรามาสรุปกันดีกว่า ว่า หลังจากเวล 200 หลังแพทซ์คลาส 4 มาถึง สูตรของสกิล Metallic Sound เปลี่ยนไปมากขนาดไหน

Final Damage ของ Metallic Sound (เวอร์ชั่นปรับปรุงหลังเป็นคลาส 4) = Total Matk (ตัวหน้า+ตัวหลัง) x 36 (Damage Formula) x Matk% หรือ ตัวคูณการโจมตีต่อมอนประเภทต่างๆ (มอนปกติ/บอส) x ตัวคูณเวทย์ไร้ธาตุ x ตัวคูณเพิ่มความแรงของสกิล x Base Level ของผู้ใช้ ÷ 100 x ตัวคูณ S. Matk x ตัวคูณจากดีบัพ Brand

สุดท้ายนี้ มาพูดถึงข้อดีข้อเสียของสกิลนี้กันบ้าง เนื่องจากว่าสกิลนี้เป็นดีบัพเดี่ยว ทำให้มันค่อนข้างใช้ลำบากกับสกิล Reverberation แต่ถ้าคู่กับ Metallic Sound ถือว่า เป็นคู่ที่หวานเจี๊ยบกันเลยทีเดียว คูลดาวน์ของสกิลก็ต่ำ ดีเลย์ก็ต่ำ ทำให้แปะ Brand ได้เรื่อยๆ (แม้จะโดน Metallic Sound ไปแล้ว Brand ก็ไม่หายไป จนกว่าจะหมดเวลา) ข้อเสียเดียวของสกิลนี้ (แลกมากับดีบัพที่ดีจนแทบจะโกง) คือ เวลาร่ายของมันนั่นเอง เวลาร่ายของสกิลนี้เป็น FCT ที่มากถึง 1.5 วินาที ถือว่าสูงมากแม้จะเทียบกับสกิลโจมตีของคลาส 4 ด้วยกัน ดังนั้น หากเราจะใช้สกิลนี้ให้คุ้มจริงๆ เราจะใช้สกิลคู่กับสกิลต่อไป

 

Metallic Fury

oRHQsP.png

Metallic Fury เป็นสกิลโจมตีเป้าเดี่ยว! (ในคำอธิบายสกิลมันเป็นสกิลหมู่ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันบัคอยู่หรือเปล่า แต่ผมลองลากมอนมาละ มันเป็นสกิลเดี่ยว :Heh: ปล. จริงๆ มันจะทำให้เป็นหมู่ได้ จากการที่ใช้สกิลนี้ใส่มอนที่ติด Brand มันจะระเบิดกระจายเป็นหมู่ แต่ตามปกติมันควรจะกระจายโดยไม่ต้องใช้ Brand ช่วย ถ้าเป็นไปตามที่เขียนไว้บนคำอธิบายสกิลอะนะ) ตัวสกิลมี FCT 0.5 วินาที และมีคูลดาวน์อยู่ที่ 1 วินาที ดังนั้น มันจึงไม่ได้ใช้ยากอะไร แถมปั้ม AP ได้อีกด้วย ที่สุดยอดของสกิลนี้ก็คือ มี Base Damage Formula ที่รุนแรงไม่น้อยหน้า Metallic Sound เลยแม้แต่น้อย เพราะมี ดาเมจมากถึง 3000% Matk ที่เวล 5 แถมไม่พอยังสเกลตามค่า SPL ที่ผู้ใช้มีอีกด้วย (ก็คือยิ่งเรามี SPL มากเท่าไหร่ สูตรก็จะยิ่งสูงขึ้นมาเรื่อยๆ จนอาจจะแซงหน้า Metallic Sound ไปเลย) นอกไปจากนั้น หลังจากมีการอัพเดทคลาส 4 ทางทีมงานก็ได้ทำการอัพเดทไอเท็มที่จะมาใช้คู่กับสกิลนี้ออกมาพร้อมกันด้วย อาวุธซีรีย์ใหม่ Poenitentia จากดันเจี้ยนเนื้อเรื่องต่อจาก Cursed Swordman อย่างดันเจี้ยน Tomb of Remorse (ที่จะให้เราสู้กับบอสใหญ่อย่าง เจ้าหญิง Tiara และ นักดาบปีศาจ Sakray) รางวัลจากดันเจี้ยนก็ล้ำค่าไม่แพ้กับความยากของดันเจี้ยน อาวุธซีรีย์นี้เปลี่ยน Meta ของผู้เล่นมาหลายอาชีพ (เช่น Shadow Cross ปัจจุบันหนีจากกาต้ามาถือมีดจากดันนี้กันแล้ว) 

oRepg2.png

สำหรับ Trouvere ก็จะมีแส้ Poenitentia Flagellum เป็นแส้เพียงอันเดียวที่จะเพิ่มดาเมจของ Metallic Fury ให้ไปเดิมๆเลย 10% และหากเราทำระบบ Grading อาวุธโดยการเอาอาวุธนี้ที่ตีบวกตามที่กำหนดไปแลกเป็น Grade D เราก็จะได้คุณสมบัติที่เพิ่ม Metallic Fury อีก 5% แล้วก็ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จาก Grade D เป็น C แล้วสุดท้ายก็กลายเป็น อาวุธ Grade B จะได้ดาเมจ Metallic Fury เพิ่มขึ้นรวมเป็น 35% เลยทีเดียว นอกจากนั้น ด้วยความที่อาวุธนี้ไม่ใช่อาวุธเวล 4 แต่อาวุธเลเวล 5 ดังนั้น ทุกการตีบวกจะไม่ได้เพิ่ม Atk และ Matk อีกต่อไป แต่จะเพิ่ม Trait Status อย่าง P. Atk และ S. Matk ตามระดับตีบวกแทน ทำให้ ดาเมจก้าวล้ำเกินหน้า อาวุธทั้งหมดที่เคยมีมาไปเลย

จุดเด่นที่มากไปกว่านั้นของสกิล Metallic Fury ก็คือ หากเราใช้ใส่มอนที่ติด Brand สถานะ Brand จะแตก แต่แลกมาด้วยการที่สกิล Metallic Fury จะเบิ้ล ตามที่สกิลเขียนไว้คือ จะเบิ้ลสูงไปถึง 5 ครั้ง! หมายความว่า แม้เราจะไม่มี SPL เลย สกิลนี้ที่ใช้ใส่มอนที่ติด Brand อยู่ จะโดนดาเมจทางเวทมนตร์ถึง 15000% Matk!! แรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลก RO เลยก็ว่าได้ (ขนาดสกิล Ultimate อย่าง Astral Strike ที่กิน AP ถึง 150 หน่วย ของ Arch Mage ยังแรงแค่ 11000% Matk หากโจมตีเผ่าอันเดทเลย แต่ Metallic Fury ดันใช้โดยไม่กิน AP แต่ได้ AP เฉยเลย) ซึ่งเข้าใจว่ามันจะโกงเกินไป ทีมงานก็น่าจะแอบปรับให้เบิ้ลได้แค่ 2 Hits (จากการทดสอบที่เวล 1 ของผม มันจะเบิ้ลแค่ 2 Hits แทน) แต่ถึงอย่างนั้น สกิลก็แรงจนหวังผลได้อยู่เพราะ ถ้าเบิ้ล 2 หมายความว่า ที่เวล 5 แบบไม่มีค่า SPL เลยจะมีสูตรพื้นฐานแรงเท่า Comet ของ Warlock เลยทีเดียว ดังนั้น หากผมมีโอกาสจะทำ Build นี้มาเล่นดู

 

Stage Manner

oRHUyt.png

สกิลในซีกขวาทั้งหมดจะไม่ใช่สกิลโจมตีแต่จะเป็นสกิลบัพ สกิลนี้เป็นสกิล Passive ที่จะทำให้การได้รับ AP จากสกิลโจมตีของ Trouvere และ Troubadour ทั้งหมดเพิ่มขึ้น ปัจจุบันผมอัพที่เวล 4 แล้วก็ยังเพิ่มแค่ 1 หน่วย ดังนั้น ก็หวังผลไม่ค่อยได้หรอกตามความเป็นจริง แต่ในทางกลับกัน สกิลนี้ยังมีอีกผลที่โคตรทรงพลัง ก็คือ หากผู้เรียนรู้สกิลนี้ ถือ แส้/เครื่องดนตรี หรือ ธนู จะได้รับ Trait Status เป็น P. Atk (ตัวคูณ Final Attack สายกายภาพ ที่ได้จากการอัพ POW 3 หน่วย) และ S. Matk อย่างละ 15 หน่วย ที่เวล 5 และยังเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่สกิลบัพทั้งหมดของ Trouvere และ Troubadour (ทำงานแบบเดียวกับสกิล Lesson ของคลาส 3 นั่นแหละ)

นับว่าเป็นสกิลที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก เพราะ หากเป็นสายเวทย์ หากอัพสกิลนี้เต็ม ก็เหมือนกับเราได้ตัวคูณ Final Damage สายเวทย์ไปฟรี 15% (เช่นเดียวกับ สายกายภาพ) แถมยังเพิ่มผลของสกิลบัพทั้งหมดอีก เป็นสกิลที่ไม่ว่าสายไหนก็ต้องอัพให้เต็ม

 

Retrospection

oRH59e.png

สกิลนี้ทำงานแบบเดียวกับสกิล Encore ของคลาส 2 มันจะใช้สกิลบัพ (และดีบัพ) คลาส 4 สกิลล่าสุดที่เราเคยใช้ แต่จะลดการใช้ SP ลง 30% แต่ที่เหนือไปกว่าสกิล Encore ก็คือ เราจะได้รับค่า AP เพิ่มขึ้น 1.5 เท่าจากเดิม ก็จะช่วยให้นักเต้น และนักดนตรี ปั้ม AP ได้ไวขึ้นนั่นเอง

 

Geffenia Nocturn

oRHEjl.png

บทเพลงที่บรรเลงผ่านเสียงเปียโน เพื่อบรรยายเรื่องราวของดินแดนลึกลับ Geffenia (ผมมโนเองแหละ ผมยอมรับว่าผมเบียว :Heh: แต่เอาจริงๆ Nocturn แปลว่า กลางคืน ดนตรีสไตล์ Nocturn จึงเป็นบทเพลงในยุคโรแมนติกทางดนตรีที่จะบรรเลงด้วยเปียโน และทำนองเศร้าๆ เหงาๆ บอกเล่าความรู้สึกยามราตรี ตอนใช้สกิลจะเป็นรูปเปียโน และเป็นเสียงคีย์เปียโนเลย) สกิลนี้ เป็น สกิลดีบัพอันสุดแสนจะทรงพลัง มีความสามารถในการจะทำดีบัพ ลด Mres หรือที่ย่อมาจาก Magical Resistance ของมอนที่ไม่ใช่คลาสบอส รอบตัวผู้ใช้ (23x23 ช่องรอบตัวผู้ใช้) ก่อนอื่นๆ เพื่อนๆ จะต้องทำความรู้จักกับ Trait Status อันใหม่อีกอันหนึ่งอันนี้ก่อน Mres เป็นสเตตัสที่มีความสามารถเช่นเดียวกันกับ Hard Mdef ก็คือมีความสามารถในการลดดาเมจทางเวทมนตร์ที่จะเข้ามาเป็น % นั่นเอง ความแตกต่างเดียวก็คือ ปัจจุบันยังไม่มีของที่จะเจาะเกราะเวทย์พิเศษนี้ได้เลย แม้แต่ชิ้นเดียว และในแพทซ์หลังเลเวล 200 มอนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมอนปกติ มอนคลาสบอส มอนใน Instance ใหม่ๆ ต่างก็มี Mres ที่สูงกันทั้งนั้น สูงมากพอที่จะทำให้ดาเมจลดลงแบบเห็นได้ชัด ดังนั้น สกิลนี้นับว่า ค่อนข้างดีมากเลยทีเดียว น่าเสียดายเป็นอย่างมากที่สกิลนี้ไม่อาจจะลด Mres ของบอสได้ (หวังว่าจะมีการปรับในอนาคต เพราะบอสใหม่ก็ Mres สูงแบบบ้าเลือดเหลือเกิน) 

ปล. สกิลเดียวในเกมตอนนี้ที่จะเจาะเกราะ Mres ได้มีแค่สกิล Argutus Vita ของ Cardinal เท่านั้น แต่เจาะได้เพียง 25% ผมเลยมองว่า ทีมงานเกาหลีควรจะปรับให้สกิลของ Performers ก็สามารถลดสเตตัสนี้ของบอสได้ 

อีกหนึ่งข้อดีของสกิล Geffenia Nocturn ก็คือ จะเพิ่ม AP ให้เราถึง 20 หน่วย (ถ้าสกิลนี้ทำงานโดยการใช้ Retrospection จะได้ AP 30 หน่วยแทน โดยที่หลอด AP ของทุกคลาสจะอยู่ที่ 200 ตันเท่ากันหมด) ในสถานการณ์จริง ที่ต้องเล่นเป็นทีม ตัวละครอย่าง Cardinal จะต้องปั้ม AP ให้ได้ 200 ตลอดเวลา เพื่อที่จะใช้สกิล Ultimate อย่าง Competentia แต่ความสามารถในการปั้ม AP ของ Cardinal จะช้าสุดในบรรดาอาชีพซัพพอร์ต ทำให้ต้องได้รับการช่วยเหลือจาก Elemental Master ที่ปั้ม AP ได้เร็วกว่าโดยการสกิลพื้นที่คลาส 4 ของตัวเอง ใส่ Land of Protection ของตัวเอง จะทำให้สกิลไม่คูลดาวน์ เพราะสกิลจะ Failed ที่จะทำงาน แต่ AP จะขึ้นอยู่ดี จากนั้น Elemental Master จะใช้สกิล Increasing Activity เพื่อแลก AP ของตัวเองให้แก่พระ ดังนั้น การที่ Trouvere และ Troubadour มีสกิลที่ปั้ม AP ได้ไวด้วยตัวเอง จะช่วยแบ่งเบาภาระจากพวก Elemental Master ได้มากนั่นเอง 

oONRBQ.png

 

Rhapsody Of Mineworker

oRHOvk.png

ท่วงทำนองที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกของชาวเหมือง (ในยุคสมัยที่ดนตรีประเภทนี้มีอิทธิพลจะเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับยุคโรแมนติกของทางศิลปะ ทำให้ได้รับอิทธิพลมาบ้าง ศิลปะในยุคนี้จะเน้นบอกเล่าเรื่องราวของ ความเศร้าหมอง ที่เกิดจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์หลังจากเกิดการปฎิวัติอุตสาหกรรม เช่น ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การกำเนิดของสลัม การพลัดพรากจากบ้านเกิดเพื่อเข้ามาทำงานอุตสาหกรรมในเมือง นอกจากนั้น Rhapsody เป็นบทเพลงสั้นที่เน้นบอกเล่าความรู้สึกอันหนักแน่น ทำให้ Rhapsody Of Mineworker ให้ภาพของบทเพลงที่พยายามบอกเล่าความรู้สึกของคนงานเหมืองที่เริ่มถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร) สกิลนี้จะสามารถลด Res หรือ Physical Resistance ของมอนสเตอร์ปกติรอบตัวผู้ร่าย Trait Status นี้มีศักดิ์และสิทธิ์เท่าเทียมกับ Mres แต่เป็นเกราะทางกายภาพ หลักการทำงานจะเป็นแบบเดียวกับ Geffenia Nocturn ทุกประการ ต่างกันแค่เปลี่ยนจากเกราะเวทย์ เป็นเกราะกายภาพ 

ที่ต่างกับกรณีของ Mres ก็คือ สกิลที่ใช้ในการเจาะเกราะ Res ไม่ได้มีแค่สกิลเดียวที่จะเจาะของบอสได้ หลักๆ จะมี 2 สกิล คือ Argutus Telum ของ Cardinal ที่จะเจาะ Res 25% เท่ากันกับ Argutus Vita แต่อีกสกิลหนึ่งเป็นบัพประจำตัวของ Shadow Cross ชื่อว่า Potent Venom สกิลนี้จะสามารถใช้งานได้ เมื่อผู้ใช้เคลือบพิษ Enchant Deadly Poison หรือ EDP ที่อาวุธอยู่เท่านั้น ตัวบัพจะช่วยให้ Shadow Cross สามารถเจาะเกราะ Res ได้ถึง 30% เป็นความเก่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ของ Shadow Cross เทียบกับ Wind Hawk ที่ดาเมจหลุดสเกลของจักรวาล RO ไปแล้ว

oOk4ut.png

 

Serenade Of Jawaii

oRHjNv.png

บทเพลงแห่งยุคโรแมนติกที่แต่งให้บุคคลอันเป็นที่รัก (Serenade อ่านว่า เซเรเนด เป็นบทเพลงฟังสบายๆ ที่เรามักจะเห็นหรือได้ยินบ่อยๆ ในบทละครยุคเก่าๆ ที่ผู้ชายมักจะใช้จีบผู้หญิงด้วยการเล่นดนตรีจากทางใต้หน้าต่าง ยกตัวอย่างเช่น ใน Tom&Jerry :Heh: ) บทเพลงนี้จะเป็นบัพให้แก่ทุกคนในปาร์ตี้ ระยะเวลา 180 วินาที หรือ 3 นาที เท่ากับบัพอื่นๆ ของ Dancer และ Wanderer ตัวบัพจะเพิ่มค่า S. Matk ให้แก่ผู้ที่ได้รับ 15 หน่วยที่เลเวล 5 ช่วยให้สายเวทย์สามารถรีดดาเมจสูงสุดได้ตลอดเวลา การใช้สกิลนี้จะช่วยให้เราได้รับ AP 10 หน่วย (แต่จะได้ 15 หน่วยแทน หากใช้สกิลนี้ผ่าน Retrospection)

oRrqgI.png

 

Musical Interlude

oRHlUE.png

บทเพลงเปิดม่านการแสดงละครเวที เป็นบทเพลงออกแนวอลังการๆ ที่จะช่วยเพิ่มจาก Res ให้แก่สมาชิกปาร์ตี้ถึง 30 หน่วย ที่เลเวล 5 นับว่าเยอะมากเลยทีเดียว เพราะมันคือ การลดดาเมจเป็น % ถึง 30% ตัวสกิลก็ให้ค่า AP 10 หน่วยเช่นเดิมกับบัพอื่นๆ

oRr5CP.png

 

March Of Prontera

oRHo8N.png

เพลงมาร์ชสวนสนาม ณ เมืองหลวงพรอนเทร่า แห่งอาณาจักรรูนมิดการ์ด บทเพลงที่จะมอบความหึกเหิมให้แก่สมาชิกในปาร์ตี้ มีผลเพิ่ม P. Atk 15 หน่วยที่เวล 5 ของสกิลบัพ ก็จะช่วยให้สายกายภาพสามารถทำดาเมจที่สูงขึ้นมากเลยทีเดียว แทบจะเรียกว่าเป็นบัพที่เสพติดมากในช่วงที่ปั้นตัวเด็ก ตัวละครผมที่ได้รับบัพของบาดแด้น และพระ สามารถที่จะ Brandish Spear ได้ถึงเกือบ 3 หมื่น สายกายภาพที่ขาดบัพนี้ เหมือนขาดใจ

oRrEIt.png

 

จะสังเกตว่า ทั้งบัพและดีบัพของ Trouvere จะให้ AP ค่อนข้างสูง เทียบกับอาชีพอื่นๆ และสามารถปั้มได้ค่อนข้างจะถี่มากเลยทีเดียว ดังนั้น ตัวสกิลจึงต้องการการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมเป็นค่าใช้จ่าย ทุกสกิลบัพ และดีบัพจะใช้งานได้ด้วยการจ่ายเม็ดฮอลล์คูล 1 เม็ด (นึกถึงโฆษณาสมัยเด็กๆเลย ผมแก่แล้วซินะ :Wah:) จริงๆ ก็ไม่ใช่เม็ดฮอลล์หรอก มันคือ Throat Lozenge หรือ แปลเป็นไทยก็คือ ยาอมแก้เจ็บคอ ค่อนข้างจะเข้าใจได้ แต่ก็ตลกดี ทุกครั้งที่เราใช้สกิลการแสดงของคลาส 4 เราจะต้องกินยาอมแก้เจ็บคอ 1 เม็ดทุกครั้ง

oRrbte.png

ในส่วนยาอมแก้เจ็บคอจะสามารถซื้อได้ที่ NPC Minstrel ที่อยู่ใกล้ๆ กับคาฟ่าเมือง Comodo จะมีขายทั้งยาอมแก้ไอ และหยดน้ำตา Regrettable Tear ที่เอาไว้ใช้ในการร่ายสกิล Frigg's Song และ At the Dead Hill

oRrCiQ.png

 

Sonata Of Kvasir

oRHA0V.png

สกิลสุดทางของสายซัพพอร์ต ตามประวัติศาสตร์ทางดนตรี Sonata มักจะเป็นบทเพลงที่ใช้ในงานเต้นรำ บทเพลงสร้างจากการผสมผสานของโน๊ตเพลง เป็นสกิล Ultimate ของ Trouvere และ Troubadour ที่จะปลดล็อคขีดจำกัดทางสกิลประสาน (Ensemble) ของคลาส Bard และ Dancer เป็นบัพระหว่างเวลาเพียง 1 นาที ที่จะสามารถทำให้ใช้สกิลประสานด้วยตัวคนเดียว getsunova ได้

oRHZNR.png

ยกตัวอย่างเช่น หลังจากที่ผมใช้สกิล Sonata of Kvasir ไปแล้ว ผมก็จะสามารถใช้สกิล Ensemble อย่างบัพถุงทอง หรือ Rich Man Mr. Kim ได้โดยไม่ต้องมีอาชีพบาดอยู่ในตี้เลยแม้แต่น้อย

oRH1p8.png

เนื่องจากความที่มันเป็นบัพ Ultimate มันจึงใช้ AP ถึง 100 หน่วย (ตัวคำอธิบายจึงเป็นสีแดง) แต่ก็ตามที่กล่าวมาด้านบนว่า อาชีพสาย Performers ทั้ง Trouvere และ Troubadour ต่างก็มีความสามารถในการปั้ม AP เร็วอยู่แล้ว ดังนั้น การวนสกิลนี้ทุกครั้งที่เรียกตี้ก็เป็นอะไรที่ไม่ได้เกินมือมากไป การที่มีบัพถุงทองเป็นของตัวเองก็จะช่วยให้เรา หรือเพื่อนเราสามารถปั้นตัวละครเพื่อทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นได้อีกด้วย ดังนั้น อาชีพนี้เรียกว่าเป็นอาชีพที่คนมักจะทำติดในไอดีไว้อย่างน้อย 1 ตัวละคร นอกจากการปั้นตัวแล้ว ตอนที่ใช้ในบางสถานการณ์เราอาจจะใช้สกิลประสานอื่น เช่น Into The Abyss ที่จะช่วยให้การใช้งานสกิลที่ต้องใช้ Gemstone เป็นค่า Cost จะไม่ต้องใช้ ทำให้ Cardinal กับ Elemental Master จะหลงรักคุณเป็นอย่างมาก 

 

เป็นยังไงบ้างครับเพื่อนๆ กับอาชีพ Trouvere อาชีพที่ทั้งชุดก็น่ารัก ซัพพอร์ตก็ดี ดาเมจก็ไม่แย่ Disable และดีบัพก็ดี ใครเล่าที่เล่นแล้วจะไม่รักบ้าง หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ หลงรักอาชีพนี้มากขึ้น และเข้าใจหลักการการเล่น การทำนายดาเมจ ไม่มากก็น้อย

 

สำหรับวันนี้ก็หมดแค่นี้ครับ เจอกันใหม่ กระทู้หน้านะครับเพื่อนๆ ขอให้มีความสุขกับการเล่นเกมที่เรารักครับผม

 

Reference

ปรับสกิลคลาส 2 และไฮคลาสครั้งใหญ่ https://www.divine-pride.net/forum/index.php?/topic/3453-kro-mass-skills-balance-1st-2nd-and-transcendent-classes-skills/

Job Improvement การปรับสมดุลสกิลคลาส 3 https://www.divine-pride.net/forum/index.php?/topic/3723-kro-jobs-improvement-project/

Job Improvement การปรับสมดุลสกิลคลาส 3 ในแพทซ์คลาส 4 https://www.divine-pride.net/forum/index.php?/topic/3723-kro-jobs-improvement-project/page/7/

คำอธิบายสกิลคลาส 4 ของ Trouvere และ Troubadour https://www.divine-pride.net/forum/index.php?/topic/4672-kro-fourth-class-jobs-skills-info-and-related-items-updated-16092020/&tab=comments#comment-8033

กิจกรรม Royal Hunting Event (มาจากเว็ปหลักของ KRO ดังนั้น ก็มุดด้วย VPN ก่อนที่จะเข้าชมลิงก์ด้วยนะครับ) https://ro.gnjoy.com/news/event/View.asp?Seq=998&kind=A&curpage=1

อาวุธซีรีย์ 18.1 https://ro.gnjoy.com/news/update/View.asp?seq=259&curpage=1

บทความ Atk ของ Assing https://www.pingbooster.com/blog/detail/ragnarok-attack?fbclid=IwAR2q8f_2kODBgNw1RTQFWzhHQF_5Ay08ZPr1lYYKiTGieHiSta2cA2QHJf0

 

 

 

 

 

แก้ไข โดย "와이"ですよ
  • ถูกใจ 1
  • โหวต 1
Link to post
Share on other sites

อ่านเพลินดีครับ ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องคลาสสี่ซักเท่าไหร่ อนาคตถ้า GGT เอาคลาสสี่เข้าผมคงเล่นสายเจเนติกต่อ ไม่ทราบว่าพอจะมีข้อมูลคร่าวๆไหมครับ เช่น สายการเล่น เมต้าตอนนี้ 

  • ถูกใจ 1
Link to post
Share on other sites

แอบส่งสูตรคำนวณให้คุณหวายคิดให้บ้างดีกว่าครับ อะจึ๋ยยย

  • ถูกใจ 1
Link to post
Share on other sites
2 ชั่วโมง ที่ผ่านมา, AzzuriSB said:

อ่านเพลินดีครับ ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องคลาสสี่ซักเท่าไหร่ อนาคตถ้า GGT เอาคลาสสี่เข้าผมคงเล่นสายเจเนติกต่อ ไม่ทราบว่าพอจะมีข้อมูลคร่าวๆไหมครับ เช่น สายการเล่น เมต้าตอนนี้ 

ผมเองก็ไม่มีข้อมูลอะไรมากมายครับ เพราะก็ไม่เคยเล่น biolo หรือแม้แต่ genetic เลย แต่จากที่เห็นกัน ก็คงจะเล่นเป็นสาย Cart Cannon นั่นแหละครับ อาจจะปาเห็ด (Spore explosion) บ้าง เพื่อช่วยเพิ่มดาเมจระยะไกล แล้วตอนเป็น biolo มันสามารถไปเล่นคู่กับซัมมอนของ Biolo ที่ทำให้ปาบอล Cart Cannon เบิ้ลได้ และตัด hard motion delay ออก ก็เก่งขึ้น แต่ผมยังไม่เคยเล่นก็เลยไม่รู้ว่า ถ้าจะเล่นจริงๆ ต้องเล่นออกไปในแนวทางไหน ส่วนเรื่อง homun ผมความรู้ต่ำจนไม่รู้เรื่องเลยครับ แต่มันปรับให้เลือดเยอะขึ้นเป็น 10 เท่าแล้วอะ ผมรู้แค่นั้นจริงๆ

Link to post
Share on other sites
1 ชั่วโมง ที่ผ่านมา, Narasit K said:

แอบส่งสูตรคำนวณให้คุณหวายคิดให้บ้างดีกว่าครับ อะจึ๋ยยย

ส่งมาได้ครับ ถ้าคำนวณได้ จะช่วย ถ้าไม่ได้ก็ส่งกลับ :Wah: :Heh:

  • ขำกลิ้ง 1
Link to post
Share on other sites

**** เพิ่มเติมเกี่ยวกับ สกิล Sonata of Kvasir ****

จริงๆ แล้ว สกิล Ultimate ของสุดทางของสายซัพพอร์ตของ Trouvere และ Troubadour ไม่ได้เพียงจะช่วยให้เราสามารถใช้สกิลประสานประเภท Ensemble ได้ด้วยตัวคนเดียวเพียงอย่างเดียว เรายังสามารถใช้สกิลประสานประเภท Chorus ได้ด้วย

 

ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคลาส Performers (เรียกรวมตั้งนักเต้น และนักดนตรี)

สกิลประสานของอาชีพสาย Performers จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน

1. สกิลประสานประเภท Ensemble (ประสานชายหญิง) เป็นสกิลประสานของ Bard และ Dancer ตอนเป็นคลาส 2 เช่น Rich Man Mr. Kim หรือถุงทอง และ Into The Abyss ที่ทำให้สามารถใช้สกิลต่างๆ โดยไม่ใช่ Gemstone

- สกิลประเภทนี้ จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อ มี Bard และ Dancer อยู่ด้วยกันอย่างน้อย 1 คู่ และทั้งคู่ต้องมีสกิลนี้พร้อมๆ กัน

2. สกิลประสานประเภท Chorus (ประสานเพศเดียวกันก็ได้) เป็นสกิลประสานของคลาส 3 อย่าง Minstrel และ Wanderer เช่น Dance With Wargs และ Song of Mana

- สกิลประเภทนี้ จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อ มี Wanderer หรือ Minstrel คนอื่นอย่างน้อย 1 คนในปาร์ตี้และอยู่ในหน้าจอเดียวกันเพื่อใช้งาน โดยที่ตัวละครคนอื่น อาจจะไม่จำเป็นต้องมีสกิลนี้ก็ได้ (เป็นข้อดี เนื่องจากว่า แม้จะมี Job 70 ในปัจจุบัน การลงสกิลของ Performers มักจะไม่พอ ก็คือต้องเลือกสกิล Chorus 2 ใน 3 หากเรามีเพื่อนที่เล่นสายอาชีพเดียวกัน เราอาจจะตกลงกันว่า ใครจะอัพสกิลไหน และใครจะใช้สกิลไหนในสถานการณ์ไหนๆ กันบ้าง)

 

ความรู้เดิมของผมก็คือ สกิล Sonata of Kvasir มีเพียงแค่สกิลประสานประเภท Ensemble เท่านั้น ที่จะถูกปลดล็อคให้สามารถใช้งานด้วยตัวคนเดียวได้ แต่ความจริงแล้ว สกิล Chorus เองก็ใช้ด้วยตัวคนเดียวได้ด้วยเช่นกัน

osWrkv.png

ดังนั้น ตรงจุดนี้ ก็จะช่วยปลดล็อคความสามารถของ Trouvere และ Troubadour ไปอีกขั้น เนื่องจากว่า สกิลประสานของคลาส 3 เป็นสกิลที่ทรงพลังอย่างมาก เช่น สกิล Dances With Wargs สกิลนี้จะสามารถลด fixed cast time (FCT) ได้ถึง 70% เท่าการ์ดบอส Fenrir 1 ใบให้คนในปาร์ตี้ ทำให้เราสามารถเล่นสกิลหลายๆ สกิลได้ง่ายขึ้นด้วยงบที่น้อยลง เช่น สกิล Sound Blend ที่มี FCT หนักๆ ถึง 1.5 วิ หากเราลดไปแล้ว 0.5 ด้วยผลของ Dances With Wargs จะเหลือ FCT เพียงแค่ 0.3 วินาที และไม่ใช่แค่เราที่จะได้รับการปลดล็อคขีดจำกัด เพื่อนร่วมทีมที่มีสกิลคลาส 4 ที่ FCT สูงๆ อย่างบัพของ Cardinal ก็จะได้รับการปลดล็อคขีดจำกัดทางพลังด้วยเช่นกัน 

หรือเราอาจจะใช้สกิลประสานอื่นอย่าง Song Of Mana ที่จะเด้ง SP ให้เรารัวๆ เพื่อทดแทนการใช้งาน SP อย่างสิ้นเปลืองของ Metallic Sound Build (ด้วยการใช้ Sound Amplifier ในการช่วยรีดดาเมจ) หรือแม้แต่สกิลอย่าง Lerad's Dew ที่เพิ่ม Max HP ให้ถึง 15% รวมกับผลของ Frigg's Song จะทำให้เราสามารถยืนชนกับบอสได้นานขึ้น

  • ถูกใจ 2
Link to post
Share on other sites
  • 2 months later...
  • 2 months later...

อยากให้ รีวิว สกิลโลกิ ว่าเต้นคนเดียว ผลของสกิลจะเป็นแบบไหน เคยลองหาข้อมูลแต่ไม่เจอ

Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
โพสต์ตอบกลับในกระทู้นี้

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

  • Similar Content

    • โดย "와이"ですよ
      สวัสดีครับเพื่อนๆ ห่างหายกันไปยาวนาน แล้วคราวนี้ก็กลับมาพบกับผมอีกแล้ว เนื่องจากว่าที่ KRO มีกิจกรรม Booster Promotion และได้รับตัวละครถึง 2 รอบในกิจกรรมรอบนี้ ทำให้ผมมีตัวละครที่ต้องจัดการทำให้มันเป็นคลาส 4 จำนวนหลายตัวละคร ตัวละคร Booster ตัวแรกของผมที่ขึ้นไปถึงเวล 200 ได้เป็นอาชีพแรกก็คือ Elemental Master หรือ คลาส 4 ของ Sorcerer นั่นเอง
       
      Elemental Master นับว่าเป็น ตัวละครมีความหลากหลายในการเล่น สามารถพลิกแพลงไปในสถานการณ์ต่างๆ ได้ ด้วยการใช้สกิลพื้นต่างๆ รวมไปถึงสกิลของซัมมอน เป็นตัวละครที่สามารถ Disable มอนก็ได้ เล่น Defensive ก็ดี เป็น Offensive ก็ยังได้ ถ้าให้พูดจากใจจริง ผมชอบเล่น Elemental Master รองลงมาจาก Arch Mage เลยก็ว่าได้
       
      สกิลดาเมจหลัก
      ซัมมอน
      สกิลดัดแปลงพื้น และ Insignia
      สกิลใหม่หลังเป็น Elemental Master
      ตัวอย่าง Line-up คู่กับ Set-up ของ Elemental Master
       
      เป็นยังไงกันบ้างครับเพื่อนๆ กับอาชีพ Elemental Master นับว่าเป็นอาชีพที่เข้าใจยากพอสมควรเมื่อเทียบกับอาชีพอื่น แต่ด้วยความเข้าใจยากนี้แหละ ทำให้ตัวละครสามารถแสดงบทบาทได้อย่างหลากหลายไปตามสถานการณ์ ด้วยเสน่ห์นี้ของ Elemental Master ทำให้ผมรู้สึกสนุก และตื่นเต้นไปกับการเล่นอาชีพนี้ได้ตลอดเวลาเลย
      สำหรับกระทู้นี้ก็คงจะมีเพียงเท่านี้ อาชีพต่อไปก็น่าจะเป็นตัว Booster ตัวต่อไปที่ผมเอาขึ้นมา อาจจะเป็น Arch Mage หรือไม่ก็ Imperial Guard ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะครับ 
      ไว้เจอกันใหม่ กระทู้หน้าครับผม
       
    • โดย "와이"ですよ
      สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมจะมาแนะนำเกี่ยวกับ ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับกิจกรรม Booster Promotion รอบที่กำลังดำเนินอยู่ ณ ขณะนี้ เนื่องจากว่า ในช่วงนี้มีคนไทยมาเล่น KRO เพื่อร่วมกิจกรรม Booster กันมาก และข้อมูลสำคัญๆ ต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเล่นก็ค่อนข้างน้อย ทำให้วันนี้ผมจะมาทำการบอกรายละเอียดคร่าวๆ ที่เรามักจะได้ทำในกิจกรรมนี้ให้เพื่อนๆ ฟัง เนื้อหานี้จะพยายามสอดแทรกภาษาเกาหลีสำคัญๆ มาให้ตลอดกระทู้ หากมีอะไรผิดพลาดแนะนำได้ครับ
       
      บริการเบื้องต้น
      NPC แมวที่เมือง Prontera
      รีสเตตัส รีสกิล
      การได้มาของ Booster Coin
      การออฟคอสตูมกิจกรรม
      การแลกอุปกรณ์ซีรีย์ Illusion
      คำอธิบายของอาวุธเวล 100 แปลไทย
      คำอธิบาย Booster Shadow อาชีพต่างๆ แปลไทย
      อาชีพแนะนำสำหรับผู้เล่นใหม่ที่ได้รับ Booster
       
  • Recently Browsing   0 members

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...